หน้าเว็บ

Albert Wesker

"ทุกๆวัน มนุษย์ก้าวสู่การทำลายตัวเอง ผมไม่ได้ทำลายโลกแต่ผมรักษามันไว้"
วันที่เกิด : 1960
วันที่ตาย : 7 มีนาคม 2009
เพศ : ชาย
อาชีพ : นักวิจัยของอัมเบรลล่า
หมู่เลือด : O
ส่วนสูง : 190 เซนติเมตร
น้ำหนัก : 84.5 กิโลกรัม
อาชีพ : นักวิจัยของอัมเบรลล่า(1978-1998)
         : หัวหน้าหน่วยสตาร์ (1996-1998)
         : แนวร่วมกลุ่มออแกไนซ์เซชั่น(1998-2004)
         : นักวิจัยของไทรเซลล์ (2003-2009)
สถานะ : เสียชีวิต

กระหายซึ่งพลัง ฉลาดหลักแหลมและเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว Albert Weskerก็เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่แสวงหาพลังและอำนาจการปกครองเหนือมนุษยชาติทั้งหมดเพื่อประโยชน์ของตนเอง ด้วยเหตุนี้เขาจึงเข้าร่วมกับ Umbrella Corporation และกลายเป็นนักวิจัยที่น่าเชื่อถือมากที่สุด ในขณะเดียวกันเขาก็มีส่วนร่วมกับการการะทำผิดกฎหมายจึงเข้าทำงานใน S.T.A.R.S. ของ RPD ที่ Raccoon City เวสเกอร์หักหลังพันธมิตรของเขาเพื่อเดินทางสู่แผนการที่ตั้งไว้ เวสเกอร์ได้รับพลังเหนือมนุษย์จาก Experimental Virus ซึ่งทำให้เขาฟื้นขึ้นมาจากความตายและทำงานให้กับ Organization และ Tricell, inc. เขาได้รับความจริงที่ว่า Ozwell E. Spencer เป็นผู้สร้างเขาขึ้นมาเพื่อสร้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ซึ่งมีพลังเหนือมนุษย์ทั่วไปและสเปนเซอร์ก็จะเป็นพระเจ้าปกครองพร้อมกับการสร้างยุคใหม่

ประวัติ

"มีเพียงสิ่งเดียวที่สามารถโค่นพลังได้คือพลังที่เหนือกว่าซึ่งนั่นคือสิ่งเดียวที่แน่นอน แต่ข้อด้อยของพลังคือการทำลายตัวมันเอง ผมคงจะต้องขอความช่วยเหลือจากสหายเก่าให้ปะทะกับศัตรู ผมจะใช้หมากเพียงตัวเดียวในการจัดการทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมกับการจากไปของตัวผมเอง"

รุ่งอรุณของชีวิตและการทำงานในอัมเบรลล่า
นักวิจัยในศูนย์วิจัยเทือกเขาอาร์คเลย์

เวสเกอร์เกิดในครอบครัวที่มียีนอัจฉริยะ เขาและเด็กคนอื่นๆถูกรวบรวมข้อมูลไว้ในโครงการ Wesker Children โดยอัมเบรลล่าและมอบนามสกุลใหม่ว่าเวสเกอร์ เขามีความโดดเด่นเหนือเด็กคนอื่นๆจึงได้รับความกรุณาจากสเปนเซอร์ ผู้ก่อตั้งอัมเบรลล่า แต่ก็เกิดเหตุการณ์บังเอิญเมื่อเวสเกอร์ได้ทำงานให้กับบริษัทเดียวกันที่หล่อหลอมเขาและกลายเป็นพนักงานคนสนิทซึ่งถูกจับตามองจากสเปนเซอร์ในขณะที่เรื่องราวความตั้งใจของประธานกับต้นกำเนิดของเขายังคงเป็นความลับ

เวสเกอร์ได้เข้าร่วมบริษัทอัมเบรลล่าระหว่างประเทศเมื่ออายุ 17 ปี และเป็นนักวิจัย ในปี1977เวสเกอร์ได้รับมอบหมายให้ทำงานที่ Umbrella Management Training Facility ภายใต้การควบคุมของด็อกเตอร์ James Marcus เวสเกอร์เป็นทั้งเพื่อนและคู่แข่งด้วยของ William Birkin กลายเป็นเพื่อนร่วมงานกันเป็นปี มาร์คัสได้ถือว่าทั้งสองเป็นลูกศิษย์คนโปรดของเขาและเป็นเพียงไม่กี่คนที่เขาจะไว้ใจ เมื่อศูนย์ฝึกถูกปิดในวันที่ 29 กรกฎาคม 1978 ทั้งสองถูกโอนไปที่ Arklay Research Facility ใต้ Spencer Estate เพื่อดำเนินการต่อไปในการวิจัย T-Virus และได้ตำแหน่งหัวหน้านักวิจัย การทดลองT-Virusของเวสเกอร์และเบอร์กินกว่า13ปีและมีสามขั้นตอนที่แตกต่างกันเมื่อวิจัยถึงขั้นที่3(นั่นคือ Tyrant ) เวสเกอร์และเบอร์กินได้รับคำสั่งให้สังหารมาร์คัสและขโมยงานวิจัยทั้งหมด ไม่นานหลังจากนั้นการวิจัยของเบอร์กินทำให้ค้นพบ G-Virus ในร่างกายของ Lisa Trevor จากการทดลองหลายครั้ง เมื่อสเปนเซอร์อนุมัติโครงการวิจัยในปี 1991 เวสเกอร์เริ่มมีข้อสงสัยเกี่ยวกับจุดมุ่งหมายของสเปนเซอร์จึงขอย้ายไปยังหน่วยข่าวกรองของอัมเบรลล่า

ในปี1996 เวสเกอร์ได้เข้าร่วมกับหน่วยสตาร์ซึ่งเป็นแผนกหนึ่งของสถานีตำรวจเมืองแร็คคูนเพื่อเป็นสายลับส่งข้อมูลการสืบสวนของตำรวจทั้งหมดของบริษัท สองปีหลังจากการอยู่้หน่วยสตาร์ เรื่องราวของการฆาตกรรมโดยมนุษย์กินคนถูกรายงานในบริเวณใกล้กับพื้นที่ของอาร์คเลย์ในขณะที่ประชาชนกำลังหวาดกลัวกับความตายซึ่งเป็นผลของความเชื่อในท้องถิ่น มีเพียงอัมเบรลล่าเท่านั้นที่รู้ความจริง เพื่อที่จะควบคุมประชาชนจึงจำเป็นต้องส่ง S.T.A.R.S. Bravo Team ไปยังพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ เวสเกอร์ใช้เวลาที่พวกเขาปฏิบัติงานรวบรวมข้อมูลการต่อสู้ของ B.O.W. โดยหลอกให้พวกเขาติดกับและต่อสู้กับโบว์เหล่านั้น

ในเวลาเดียวกัน เวสเกอร์และเบอร์กินได้รับคำสั่งปรับปรุงศูนย์ฝึกพนักงานแต่โชคไม่ดีที่มาร์คัสคืนชีพและได้ทำลายโอกาสปรับปรุงศูนย์ฝึก สถานการณ์บีบบังคับให้ทำลายศูนย์ฝึกทิ้งซึ่งเป็นโอกาสที่เวสเกอร์จะออกจากการเป็นนัีกวิจัยเพื่อไปตามความสนใจของเขา หลังจากการทำลายศูนย์ฝึก T-001 ซึ่งเป็นไทแรนท์ที่ล้มเหลวที่ได้หลบหนีออกไป เวสเกอร์ได้พบกับ Sergei Vladimir หัวหน้ากองกำลังทหารของอัมเ้บรลล่าซึ่งเป็นนายทหารที่สเปนเซอร์ไว้วางใจมากที่สุด เขาถามเวสเกอร์ซึ่งกำลังจะออกไปและเวสเกอร์ก็บอกหน้าที่ต่อไปของเขา เซอร์เกยเตือนเขาว่าหน้าที่ของเขาคือการปรับปรุงศูนย์ฝึก

เวสเกอร์ชี้ให้เห็นว่าT-Virusได้แพร่กระจายไปทั่วบริเวณ เขาบอกว่าเจตนารมณ์ของเขาคือการทำลายศูนย์วิจัยซึ่งไม่มีประโยชน์อีกต่อไป เซอร์้เกยเตือนเขาว่าเขาไม่รับผิดชอบต่อบริษัทและไม่ทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชารวมทั้งไม่ทำตามคำสั่งของผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่าโดยปราศจากความยินยอมและมีความพยายามที่จะออกจากอัมเบรลล่า เซอร์เกยจึงสั่งให้ Ivan บอดี้การ์ดของเขาเพื่อลงโทษเวสเกอร์สำหรับความล้มเหลวและเตือนว่าใครใหญ่กว่ากัน เช่นเดียวกับอีวานซึ่งทำท่าจะสู้ต่อแต่เกิดการระเบิดที่ศูนย์วิจัย เวสเกอร์ได้โอกาสเนื่องจากระเบิดทำงาน ด้วยแรงระเบิดทำให้เซอร์เกยและอีวานกระเด็นออกไปซึ่งตอนนี้เวสเกอร์ก็มีเวลาพอที่จะหลบหนีเข้าไปในกลีบเมฆ เซอร์เกยกล่าวว่า"ผมคิดว่าเขาไม่ค่อยชอบบทเรียนนี้เท่าไรนัก" เวสเกอร์เตรียมที่จะส่ง S.T.A.R.S. Alpha Team ลงพื้นที่ต่อไป

เหตุการณ์ในแมนชั่น
เวสเกอร์ในเครื่องแบบหน่วยสตาร์

"ผมจะทำตามแผนของผมและจะล่อหน่วยสตาร์เข้าไปในแมนชั่น ผมจะใช้ความสามารถในการต่อสู้ที่เหนือชั้นของพวกมันสร้างตัวทดลองที่สมบูรณ์แบบ"

ในวันต่อมา สตาร์ทีมบราโว่ขาดการติดต่อ เวสเกอร์จึงส่งทีมอัลฟาลงพื้นที่ดังกล่าว เมื่อมาถึงก็ถูก Cerberus จำนวนหนึ่งทำร้ายและถูกทิ้งโดย Brad Vickers ซึ่งเป็นนักบิน หลังจากสูญเสีย Joseph Frost ไปกับเคอร์เบอรอส เวสเกอร์และคนอื่นๆได้เข้าหลบไปในแมนชั่นบริเวณนั้นซึ่งเวสเกอร์เคยทำงานมาก่อน ในขั้นแรกเวสเกอร์สั่งให้ลูกทีมแยกย้ายและเวสเกอร์ได้หายไปจากกลุ่ม(มี Chris Redfield , Jill Valentine และ Barry Burton )

จากหน่วยสตาร์ 9 คนที่เข้าไปในแมนชั่นก็เหลือเพียง 4 คนที่รอดชีวิตอยู่(รวมถึงเวสเกอร์) พร้อมกับ Enrico Marini และ Rebecca Chambers เอาชีวิตรอดจากสัตว์ประหลาดและอาวุธชีวภาพซึ่งมีเต็มศูนย์วิจัย เพื่อให้มั่นใจว่าคนอื่นๆตายแน่นอนโดยเวสเกอร์บีบบังคับแบรี่ แบรี่ก็ทำตามคำพูดของเวสเกอร์เพื่อหลอกให้ลูกทีมติดกับโดยมีชีวิตครอบครัวเป็นเดิมพัน เมื่อเอนริโก้เปิดเผยหลักฐานของเวสเกอร์กับอัมเบรลล่า เมื่อความลับกำลังจะแพร่งพรายดังนั้นเวสเกอร์จึงปิดปากเอนริโก้ คริสและจิลได้รู้ความจริงเกี่ยวกับเวสเกอร์แต่ทุกสิ่งทุกอย่างได้ดำเนินไปตามแผนโดยให้สตาร์ทำลาย T-002 และศูนย์วิจัยจะทำลายตัวเอง

ในระหว่างความวุ่นวายนั้น เวสเกอร์ฉีด Experimental Virus เข้าไปในร่างกายซึ่งได้รับจากเบอร์กินหลังจากที่ปล่อยให้ไทแรนท์สังหารเขา ไวรัสจะทำให้เขาฟื้นขึ้นมา ไวรัสได้มอบพละกำลังเหนือมนุษย์ ความว่องไว และการฟื้นฟูกำลังแต่ต้องแลกกับความเป็นมนุษย์ การกลายพันธุ์ส่งผลให้ตาของเขาเหมือนตาแมวสีแดงแต่จะเห็นได้ไม่ชัดเพราะเขาใส่แว่นตากันแดด เวสเกอร์ฟื้นจากความตายหลังจากที่หน่วยสตาร์คนอื่นๆเชื่อว่าเขาตายไปแล้ว เวสเกอร์ตระหนักดีว่าสตาร์ได้ทำลายไทแรนท์และหนีไปพร้อมกับชีวิตพวกเขา เขาพยายามขโมยข้อมูลแล้วหลบหนีไป

เวสเกอร์พบว่ามีการดาวน์โหลดข้อมูลของเซอร์เกยไปที่ศูนย์วิจัยเทือกเขาคอเคซัสและ Red Queen ล็อคเขาจากระบบเมนเฟรม เขาสาบานว่าเขาจะกำจัดสตาร์ที่เหลือรวมทั้งเซอร์เกยและเรดควีนซึ่งทำให้แผนของเวสเกอร์ล้มเหลว เวสเกอร์แก้ปัญหาโดยการหนีออกมาจากแมนชั่นก่อนที่มันทำลายตัวเอง เขาจัดการโบว์ที่เหลือจนออกมาได้ เวสเกอร์รำพึงโดยหวังว่าคริสและจิลน่าจะอยู่นานพอสมควรซึ่งพวกเขาจะรวมตัวกันใหม่จากความสูญเสียและหัวเราะอย่างชั่วร้ายเมื่อคิดว่าเห็นพวกเขาอีกครั้ง เขายังต้องจัดการกับลิซ่า เทรเวอร์ซึ่งพุ่งตรงมายังเวสเกอร์ที่ลิฟต์ซึ่งเชื่อมระหว่างผิวโลกกับห้องวิจัย

เวสเกอร์ได้พบกับลิซ่า เทรเวอร์ เชื่อว่าสตาร์ซึ่งได้ปล่อยเธอจากหลุมศพของ Jessica Trevor เขาจัดการเธอเพื่อให้ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ เขาก็ขึ้นไปในลิฟต์และกลับไปยังแมนชั่นแต่หลังจากเขาไป ลิซ่าก็ลุกขึ้นและยังไม่ตาย ด้วยความแค้นภายในใจ เธอไม่มีเป้าหมายอื่นนอกจากการแก้แค้นกับคนที่ทดลองเธอและทำให้เธอต้องเสียโฉม เธอติดตามเวสเกอร์จนถึงแมนชั่นและเจอกันอีกครั้งในห้องโถงหลัก เขาแก้ปัญหาโดยการหาเส้นทางใหม่เพราะเขาไม่ต้องการเสียเวลากับความดันทุรังของลิซ่าซึ่งเขารู้ว่าเธอจะตามล่าอย่างไม่เหน็ดไม่เหนื่อย

ในการกวาดล้างโบว์ เวสเกอร์เผชิญหน้าหลายครั้งกับลิซ่าซึ่งยังคงหัวแข็งจนเวสเกอร์พูดติดตลกว่า"เธอเหมือนกับผมเลย" เขาเห็นว่าเธอเป็นอมตะหลังจากที่กระสุนปืนหมด ในที่สุดลิซ่าก็ปลีกตัวออกจากเวสเกอร์อย่างไม่คาดคิดและดูเหมือนเธอจะยอมแพ้แต่เมื่อกลับมาที่ห้องโถง เวสเกอร์เห็นเธออีกครั้งซึ่งซ่อนตัวอยู่หลังเสาซึ่งเป็นการเจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อเธอเหนื่อยกับการไล่ตาม เขากล่าวว่าปรารถนาที่จะมอบการพักผ่อนอันเป็นนิรันดร์แก่เธอโดยใช้ความสามารถใหม่ของเขา เวสเกอร์เริ่มการต่อสู้กับลิซ่า เธอกระโดดสูงขึ้นไปในอากาศเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโจมตี

เวสเกอร์ยิงแชนาเลียร์ซึ่งแขวนอยู๋และล่อลิซ่ามาตรงนั้น เธอถูกทับเมื่อมันตกและเวสเกอร์ก็เดินออกไปจากห้องโถง แล้วเขาก็วิ่งอย่างรวดเร็วผ่านป่าและพยายามไปให้ไกลจากคฤหาสน์มากที่สุดก่อนที่จะระเบิด เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเวสเกอร์ก็หันไปดูซากปรักหักพังซึ่งถูกไฟไหม้อย่างมีชัยชนะ

เวลาในกลุ่มOrganizationและเหตุการณ์ในเมืองแร็คคูน

เมื่อมีข้อมูลการต่อสู้และการวิจัยอาวุธชีวภาพซึ่งได้มาจากแมนชั่น เวสเกอร์ได้รับตำแหน่งความมั่นคงระดับสูงในกลุ่มคู่แข่งของอัมเบรลล่าซึ่งรู้จักภายใต้นามแฝงว่า The Organization

เวสเกอร์ยังคงใช้การตายของตนปิดบังตัวเอง เขาหลีกเลี่ยงการทำงานด้วยตัวเองและใช้สายลับในการติดต่อกับองค์กร เมื่อเมืองแร็คคูนได้รับความเสียหายจากT-Virus เวสเกอร์ได้ส่งสายลับชื่อว่า Ada Wong ไปขโมยตัวอย่าง G-Virus มาจาก Sherry Birkin ซึ่งเป็นบุกของวิลเลี่ยม เบอร์กินซึ่งตัวอย่างอยู่ในจี้ของเธอ เอด้าได้จัดการทำตามความต้องการของเวสเกอร์และองค์กร

เหตุการณ์ที่เกาะร็อคฟอร์ดและศูนย์วิจัยแอนตาร์คติก
เวสเกอร์ในชุดHCF

"แน่นอน ผมไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแต่ใช้พลังที่ได้มา"

หลังจากการหายตัวเข้าไปในกลีบเมฆเป็นเวลาหลายเดือน เวสเกอร์และ H.C.F. เข้าโจมตีศูนย์วิจัยในอัมเบรลล่าบนเกาะร็อคฟอร์ดซึ่งเป็นเป้าหมายในการนำตัวอย่างของ T-Veronica มาจาก Alexia Ashford หัวหน้านักวิจัย T-Virusได้รั่วไหลเมื่อกองกำลังของเวสเกอร์ได้ปะทะกับทีมรักษาความปลอดภัยของอัมเบรลล่า

เมื่อการต่อสู้ได้ยุติลง T-Virusก็แพร่กระจายไปทั่วและโบว์ก็ออกอาละวาดแต่เวสเกอร์และลูกน้องของเขาก็ล้มเหลวในการตามตัวอเล็กเซียและเวสเกอร์ก็ไปตามตัวอเล็กเซียต่อที่ Antarctic Research Facility

เวสเกอร์ได้พบกับอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา คริส เรดฟิลด์ซึ่งมาตามหา Claire Redfield น้องสาวของเขา เวสเกอร์พลาดในการนำตัวอย่างไวรัสจากอเล็กเซียโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาพยายามใช้พลังทั้งหมดสู้กับอเล็กเซียแต่ก็ถูกผลักกลับออกมาทุกครั้ง เวสเกอร์ออกจากการปะทะปล่อยให้คริสสู้กับอเล็กเซียอยู่เพียงลำพังและเก็บตัวอย่างเชื้อจากศพของ Steve Burnside ศูนย์วิจัยก็ได้เริ่มทำลายตัวเอง เขาก็สู้กับคริสเพื่อจะชำระแค้นทั้งหมด เวสเกอร์ใช้พลังอันยิ่งใหญ่และความรวดเร็วเป็นข้อต่อรองกับคริส แต่คริสปฏิเสธและไม่ยอมให้เวสเกอร์ฆ่าโดยง่าย เวสเกอร์ถูกพัดกระเด็นออกไปด้วยแรงระเบิด เสาซึ่งถูกไฟไหม้ก็ถล่มระหว่างทั้งสอง เวสเกอร์บอกว่าครั้งนี้่ถือว่าคริสโชคดีแต่ครั้งต่อไปจะไม่โชคดีเหมือนครั้งนี้ พวกเขาเริ่มหนีจากศูนย์วิจัยในขณะที่มันเริ่มระเบิดรอบๆพวกเขา เวสเกอร์เข้าสู่เรือดำน้ำขององค์กรและมันก็ได้แล่นออกไปแต่แผลที่ได้จากเสาหินทำให้หน้าของเขาถูกเผาแต่แผลเผาไหม้ก็ถูกรักษาภายหลังด้วยความสามารถในการฟื้นฟูของเขาและอีกแปดปีต่อมาพวกเขาจะได้เจอกันอีกครั้ง

Operation : Javier

4ปีต่อมา ในปี2002 เวสเกอร์ติดต่อกับ Javier Hidalgo เจ้าพ่อค้ายาแห่งกลุ่ม Sacred Snake ในอเมริกาใต้ เวสเกอร์ส่งT-Veronica Virus เพื่อพยายามรักษา Hilda Hidalgo ภรรยาของเขาซึ่งเป็นโรคร้ายเหมือนกับ Manuela Hidalgo ลูกสาวของเขา นอกจากนี้เธอยังติดเชื้อจากแม่ของเธอ ฮาร์เวียร์จึงขอความช่วยเหลือจากเวสเกอร์ เวสเกอร์มอบเงื่อนไขการแลกT-Veronica Virus กับเงินก้อนโตนอกจากนี้เขายังแนะนำประโยชน์จากT-Veronica Virusอีกด้วยซึ่งสังเคราะห์จากสัตว์ทดลองที่สร้างโดยอเล็กเซีย แอชฟอร์ด ในเวลาต่อมาเขาก็เห็นร่างของฮาร์เวียร์ในสภาพกลายพันธุ์ด้วยกล้องส่องทางไกลของเขา

เหตุการณ์ในศูนย์วิจัยเทือกเขาคอเคซัส
เวสเกอร์กับเสื้อโค๊ทในภาคUC


"คริส มันคงเป็นเพราะโชคชะตากำหนดให้เราได้มาเจอกันอีกครั้ง"

หนึ่งปีต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ปี2003 เวสเกอร์เข้าแทรกซึม Umbrella Caucasus Research Facility ขณะเดียวกันคริสและจิลก็มาที่ศูนย์วิจัยนี้เพื่อทำลาย T-A.L.O.S. เวสเกอร์สร้างทางใต้ดินทะุลุเข้าสู่ศูนย์วิจัยซึ่งต้องสู้กับโบว์เป็นจำนวนมากจนกว่าจะพบเซอร์เกย เวสเกอร์บอกเซอร์เกยให้หลีกทาง เซอร์เกยจึงตอบกลับด้วยอีวานทั้งสองตัวเพื่อจัดการเวสเกอร์ เวสเกอร์ล้มอีวานทั้งสองอย่างง่ายดายด้วยพลังเหนือมนุษย์และตะลุยศูนย์วิจัย ต่อไปเพื่อหาห้องควบคุม เขาพบเซอร์เกยในห้องควบคุมในเวลาเดียวกับที่คริสและจิลกำลังสู้กับT-A.L.O.S. ช่วงที่พวกเขากำลังกำจัดอาวุธชีวภาพตัวสุดท้าย เวสเกอร์สังหารเซอร์เกยซึ่งกลายพันธุ์เป็นไทแรนท์จากการฉีดT-Virusเข้าสู่ร่างกาย เวสเกอร์นำข้อมูลของอัมเบรลล่าออกไปจากเรดควีนก่อนที่จะลบข้อมูลของอัมเบรลล่าทิ้งและระเบิดศูนย์วิจัยหลังจากนั้นเขาก็มีหลักฐานแน่นหนาที่จะมัดตัวอัมเบรลล่าและได้นำเรื่องนี้ขึ้นต่อศาลด้วยข้อมูลจากเวสเกอร์ อัมเบรลล่าถูกพบว่ามีมูลผิดจึงต้องปิดตัวอย่างเป็นทางการ เวสเกอร์ต้องการจะสร้างอัมเบรลล่าใหม่ เขานำข้อมูลอัปโหลดเข้าไปในระบบของ Wesker's Hideout สามารถเข้าถึงข้อมูลของอัมเบรลล่าแ่ค่เพียงปลายนิ้วของเขา เขาสาบานว่าจะพบสเปนเซอร์ในสักวันและเป็นหนึ่งในความสำเร็จของโลกในอนาคตซึ่งวิสัยทัศน์ของสเปนเซอร์นั้นสิ่งที่ได้รับคือความล้มเหลว


หลังจากการโจมตีศูนย์วิจัยคอเคซัส เวสเกอร์ได้ติดต่อกับ Tricell ซึ่งเป็นบริษัทยาอื่นและความเพียบพร้อมไปด้วยข้อมูลซึ่งได้มาจากอัมเบรลล่า ไทรเซลล์สามารถจัดตั้งกองกำลังอาวุธชีวภาพลับ เวสเกอร์ตัดสินใจที่จะแอบทำงานกับไทรเซลล์ตราบใดที่ไทรเซลล์ยังมีประโยชน์และเรื่มทำการทำงานให้พ้นจากผู้นำองค์กรลับของเขา เวสเกอร์เป็นที่น่าสนใจของ Excella Gionne ซึ่งเป็นทั้งพนักงานและทายาทของผู้ก่อตั้งบริษัท สติปัญญาและความทะเยอทะยานของเธอทำให้เข้าคู่กับเวสเกอร์และจับตามองเขาอย่างใกล้ชิด เวสเกอร์ช่วยให้เอ็กเซลลาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงของบริษัทและเธอรู้ตัวเองว่าเธอรักเวสเกอร์จึงเพิ่มความน่าสนใจของตนแต่ด้วยความเย็นชาอันเป็นนิสัยของเวสเกอร์จึงไม่ค่อยจะสนใจเท่าไรนักและเห็นเธอเป็นเพียงแค่เครื่องมือนำไปสู่ความยิ่งใหญ่

ความเกี่ยวข้องกับLos Illuminados  และ Las Plagas
เวสเกอร์ในภาค4


"เป้าหมายของเราคือการนำตัวอย่างพลากัสมา จัดการทุกอย่างที่มาขวางแผนของเรา"
หลังจากที่เขาเริ่มชีวิตใหม่ในไทรเซลล์ เขาสนใจในปรสิต Las Plagas โดยเฉพาะ Control Plagas ซึ่งถูกพัฒนาโดย Osmund Saddler เจ้าลัทธิ Los Illuminados เวสเกอร์ติดต่อไทรเซลล์และยื่นข้อเสนอ เขามอบหมายหน้าที่การนำปรสิตมาให้กับเอด้าขณะที่เวสเกอร์อยู่ในฐานลับและติดต่อเธอผ่้านทางดิจิตอลวิดิโอเพื่อส่งข่าวหรือเปลี่ยนภารกิจ เวสเกอร์ส่ง Jack Krauser เพื่อช่วยเอด้าแต่ก็ขััดแย้งกันเอง เคราส์เซอร์คิดว่าเอด้าหักหลังเวสเกอร์และกล่าวว่าไม่มีทางเชื่อเธอเด็ดขาดและเอด้าได้เขียนลงในรายงานว่าเธอสงสัยที่เวสเกอร์ส่งเธอไปเพื่อจับตาดูเคราส์เซอร์

เวสเกอร์มอบหมายให้เอด้าจัดการผู้ที่เกี่ยวข้องและและไม่เกี่ยวข้องในบริเวณนั้นเช่น Luis Sera และ Leon S. Kennedy ลูอิสติดต่อเวสเกอร์กับเอด้าและขโมยตัวอย่างของพลากัสควบคุมมา เวสเกอร์สั่งเอด้าเพื่อให้ความสำคัญกับลูอิสแต่เขาก็ถูกฆ่าโดยแซดเลอร์และถูกขโมยพลากัสไปแต่เวสเกอร์ก็ไม่กังวลและพูดด้วยเสียงเรียบว่า"เวลาเหลือเฟือ" เวสเกอร์เห็นลีออนเป็นอุปสรรคจึงสั่งให้เอด้าเก็บเขาซะแต่เธอยืนยันว่าลีออนไม่เป็นอุปสรรค เธอค่อนข้างลังเลที่จะทำตามคำสั่งเพราะเธอยังมีหนี้ชีวิตกับลีออนที่เมืองแร็คคูนแต่เมื่อเวสเกอร์บอกว่าฆ่าเขาเมื่อมีโอกาส เอด้าบอกเวสเกอร์ว่าไม่มีโอกาสที่จะฆ่าลีออน เวสเกอร์ตัดสินใจไม่ฆ่าเขาและคอยให้เขาเป็นเหยื่อล่้อสมุนของแซดเลอร์ เวสเกอร์แจ้งเอด้าว่าลีออนสร้างความวุ่นวายให้กับลอส อิลลูมิเนดอสและตัดสินใจให้เคราส์เซอร์ฆ่าลีออนแทนแต่เอด้าช่วยเขาไว้และไม่ยอมทำตามคำสั่งของเวสเกอร์

เอด้าส่งรายงานเท็จไปหาเวสเกอร์ว่าเคราส์เซอร์ตายแล้ว รายงานนี้ทำให้เวสเกอร์สงสัยในตัวเอด้าและคาดว่าลีออนยังอยู่และเคราส์เซอร์ก็ยังคงอยู่ เขาตัดสินใจให้ลีออนจัดการแซดแลอร์และสั่งเอด้าให้จัดการคนที่อยู่รอดเมื่อการต่อสู้จบลง เขาเตือนเอด้าว่าเขาเคยทำงานอย่างเปิดเผยและต้องการให้เธอจัดการกับคนที่จะหยุดยั้งแผนการนี้เช่นลีออนแต่เคราส์เซอร์ถูกเอด้าสังหารไม่นานเพราะเธอไม่ต้องการเขียนรายงายปึกใหญ่ถ้าเคราส์เซอร์ยังมีชีวิตอยู่ เธอได้ช่วยลีออนจัดการแซดเลอร์และขโมยตัวอย่างพลากัสโดยที่ไม่ฆ่าเขา หลังจากเหตุการณ์นี้เวสเกอร์ลดความเชื่อถือในตัวเอด้าแต่เรื่องขององค์กรลับซึ่งเวสเกอร์จากมา เขาส่งตัวอย่างพลากัสปลอมให้กับองค์กรและเก็บของจริงเอาไว้ ไทรเซลล์ตอบแทนให้กับเวสเกอร์สำหรับตัวอย่างที่ให้มาหลังจากนั้นเวสเกอร์ก็ออกจากองค์กรลับเพราะไม่มีประโยชน์อีกต่อไป นับตั้งแต่การแกล้งตายของเขา เวสเกอร์ซ่อนตัวเองอยู่ในเงามืดจึงไม่มีปัญหากับหัวหน้าจอมอาฆาต

เมื่อเวสเกอร์พบสเปนเซอร์ครั้งสุดท้าย
เวสเกอร์ในปัจจุบัน
"สิทธิ์การเป็นพระเจ้า...สิทธิ์นั่นอยู่ที่ผม"
เวสเกอร์ได้สร้างเงินทองและทรัพยากรที่ต้องการอีกมากมายและมีตัวอย่างปรสิตและไวรัสที่รู้จักแต่ความกระหายพลังก็ยังไม่หมดไป เวสเกอร์ยังคงมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแรงจูงในที่สเปนเซอร์สร้างโบว์ขึ้นมา ในปี 2006 เขาพบเบาะแสของสเปนเซอร์อยู่ที่ Spencer Estate อีกแห่งหนึ่งในยุโรป เขาได้เบาะแสนี้มาจาก Ricardo Irving ซึ่งรู้โดย Patrick พ่อบ้านของสเปนเซอร์ เวสเกอร์เดินทางไปที่นั่นในคืนที่มีพายุของฤดูใบไม้ร่วง เขาสังหารบอร์ดี้การ์ดของสเปนเซอร์ไปหลายคน เวสเกอร์ไม่เข้าใจว่าทำไมสเปนเซอร์ถึงทำให้ตำแหน่งที่ซ่อนตัวเขารั่วไหลและคาดว่าสเปนเซอร์คงประหลาดใจในการมาของเขาแต่สิ่งนี้ทำให้เขาช็อค สเปนเซอร์ดูเหมือนว่าเวสเกอร์มาถึงแล้ว เวสเกอร์ตระหนักว่าสเปนเซอร์ควบคุมทุกสิ่งอย่างตั้งแต่เริ่มต้นรวมทั้งการ กระทำของเวสเกอร์เอง สเปนเซอร์เปิดเผยว่าการพัฒนาโบว์เป็นเพียงส่วนหนึ่้งของโครงการวิวัฒนาการของมนุษย์โดยใช้ไวรัสสร้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปและให้ตนเองเป็นพระเจ้าสเปนเซอร์ต้องการทำสิ่งสามสิ่งเพื่อบรรลุความฝันได้แก่ 1.Progenitor Virus เป็นไวรัสหลัก 2.สร้างอัมเบรลล่าเป็นแหล่งเงินทุน 3.สร้างสุดยอดเผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้กับเวสเกอร์มากที่สุดคือสเปนเซอร์บอก เวสเกอร์ว่าเวสเกอร์เป็นผลลัพธ์ที่ได้ของข้อที่3

ในแผนการที่เรียกว่าแผนเวสเกอร์ สเปนเซอร์รวบรวมเด็กนับร้อยคนจากครอบครัวที่มีสติปัญญาสูงทั่วโลก เด็กทุกคนจะได้รับนามสกุลว่าเวสเกอร์ตามนามสกุลหัวหน้านักวิจัยโครงการนี้และสเปนเซอร์ปลูกฝังเด็กเหล่านี้ พวกเขากระจายไปทั่วโลกภายใต้การจับตามองของอัมเบรลล่า เด็กเหล่านี้ไม่รู้ว่าจะดำเนินชีวิตต่ออย่างไรจึงได้รับการศึกษาขั้นสูงด้วยความช่วยเหลือของอัมเบรลล่า เด็กหนึ่้งคนในกลุ่มถูกส่งมาที่ศูนย์ฝึกพนักงานของอัมเบรลล่า เด็กคนนั้นคืออัลเบิร์ต เวสเกอร์ สเปนเซอร์มอบ Experimental Virus ให้กับเด็กทุกคนซึ่งของอััลเบิร์ตได้จากเบอร์กิน มีเพียงเวสเกอร์คนเดียวเท่านั้นที่รอดแต่ Alex Wesker ก็ไม่มีใครรู้แต่น่าเสียดายที่ความจริงถูกเปิดเผย เวสเกอร์สังหารสเปนเซอร์โดยใช้มือกระแทกไปที่หน้าอกและอ้างสิทธิ์ที่เป็นพระเจ้าว่าสิทธิ์นี้อยู่ในมือเขาแล้ว เขาปล่อยให้สเปนเซอร์ตกลงสู่พื้นแล้วมองร่างอันไร้วิญญาณซึ่งอาจจะเป็นพระเจ้า

เวสเกอร์ประกาศว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้เป็นพระเจ้า เขายืนที่หน้าต่างและคิดไตร่ตรองเรื่องราวที่จะเปิดเผยนี้ เวสเกอร์เห็นว่าอิทธิพลของบริษัทยาไม่ใช่อำนาจที่แท้จริงและไม่เพียงพอที่จะมาเกี่ยวข้องกับพระเจ้าอย่างเขา เขาละทิ้งอำนาจของอัมเบรลล่าและตัดสินใจเริ่มต้นใช้แผนการของสเปนเซอร์กับบริษัทยาอื่นโดยใช้เป็นฐานในการทำแผน แต่แล้วคริส เรดฟิลด์และจิล วาเลนไทน์เข้ามาในสถานที่ซ่อนตัวของสเปนเซอร์ พวกเขาต้องการตามล่าสเปนเซอร์และเวสเกอร์ในคำสั่งของ B.S.A.A. พวกเขาแอบเข้าไปในคฤหาสน์และหลังว่าจะพบไปพบกับเวสเกอร์แต่พบสเปนเซอร์นอนเสียชีวิตกับเวสเกอร์ซึ่งยืนยื้มอยู่ เวสเกอร์หันมาอย่างรวดเร็วและการต่อสู้ก็ตามมาทันที เวสเกอร์ใช้พลังของเขาในการต่้อสู้ การต่อสู้นี้ใช้ทั้งปืนและมือต่อมือ

จิลถูกเหวี่ยงกระเด็นหลังจากใช้มีแทงเวสเกอร์แต่ล้มเหลว ในตอนนี้ถึงเวลาแก้แค้นที่เวสเกอร์หามานานแต่ไม่ทันที่จะชำระหนี้แค้น จิลสละตนเองโดยการชนเวสเกอร์ออกนอกหน้าต่างทำให้ทั้งคู่ตกลงเหวไปพร้อมกัน บีเอสเอเอหาจิลเป็นเดือนๆแต่ไม่พบศพ เวสเกอร์และจิลกลายเป็นผู้เสียชีวิตแต่ทว่าบุคคลทั้งสองยังมีชีวิตอยู่และจิลก็ถูกเวสเกอร์พาตัวไป หลังจากที่รักษาจิลเขาก็กลับไปเป็นพันธมิตรของไทรเซลล์

แอฟริกากับไทรเซลล์
เวสเกอร์เมื่อถอดโค๊ท


 "ยุคใหม่อยู่ในมือเราและผมคือพระเจ้า"

ขณะที่จิลได้รับการรักษาอยู่ในตู้ไครโยเจนิกส์เพื่อเตรียมใช้เป็นอาวุธสู้กับคริส เวสเกอร์ก็ทำงานของเขาต่อไป เขาทำงานให้กับไทรเซลล์อีกครั้งและผันตัวเองเป็นเพื่อนสนิทของเอ็กเซลลา เขาช่วยเอ็กเซลล่าให้อยู๋ในตำแหน่งสูงของบริษัทและเธอได้เป็นCEOของไทรเซลล์ สาขาแอฟริกา Umbrella Africa Research Center ถูกเปิดขึ้นซึ่งเป็นแหล่งของโปรเจนิเตอร์ไวรัส เวสเกอร์นำตัวอย่างไวรัสต่างๆมารวมกันจนเกิดไวรัสตัวใหม่ซึ่งแข็งแรงกว่าไวรัสใดๆ นั่นคือ Uroboros Virus เขาวางแผนที่จะเร่งขั้นตอนต่อไปในการวิวัฒนาการมนุษย์ถึงแม้ว่าไวรัสจะเป็น พิษต่อมนุษย์เกินกว่าที่จะรับไหว เวสเกอร์พบวิธีที่จะทำให้พิษมีน้อยลง ในร่างกายของจิลมีแอนติบอดี้ซึ่งทำให้เธอรอดพ้นจากการติดเชื้อT-Virus เขาใช้แอนติบอดี้และสร้างอูโรโบรอสที่สมบูรณ์แบบตามความต้องการของเขา เวสเกอร์ได้นำเรือ Tricell Tanker ออกมาใช้ที่ท่าเรือหลังศูนย์วิจัย เขาเก็บเครื่องบิน Stealth Bomber ไว้ใต้ดาดฟ้าเรือวางแผนที่จะใช้ที่ทะเลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผน

มีการค้นพบสารเคมีชนิดใหม่ชื่อ P30 เวสเกอร์ติดตัวบรรจุสารP30เพื่อฉีดสารอย่างต่อเนื่องด้วยเหตุนี้เขาสามารถสั่งจิลและยกระดับความสามารถของเธอ การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงแค่จิลจะช่วยเขาและไทรเซลล์แต่เธอยังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการแก้แค้นคริส ในเวลาเดียวกันเวสเกอร์ขนไวรัสเข้าสู่มิสไซล์ซึ่งตามแผนจะใช้เครื่องบินเจ็ทปล่อยในชั้นบรรยากาศโลกทำให้เกิดการระบาดทั่วโลก ในขณะที่มีการเตรียมการบนเรือก่อนออกจากศูนย์วิจัยของอัมเบรลล่า เวสเกอร์และเอ็กเซลลารอในที่มั่นซึ่งพวกเขาทำการขุดพื้นดินศูนย์วิจัยให้มีขนาดกว้างขึ้น งานวิจัยเป็นไปได้อย่างต่อเนื่องโดยนักวิทยาศาสตร์ของไทรเซลล์ ทุกสิ่งทุกอย่างของอัมเบรลล่ากลายเป็นของไทรเซลล์โดยปริยาย มีข่าวการพัฒนา Type 2 Plagas และ Type 3 Plagas ในการสร้างทัพทหารเรียกว่า Majini ขณะที่พลากัสเสร็จสมบูรณ์และเป็นเครื่องประกันตำแหน่งของเอ็กเซลล่าในไทรเซลล์ เธอพอใจในตำแหน่งและอำนาจ

เธอแสดงความโรแมนติกกับเวสเกอร์อย่างต่อเนื่อง เธอถามว่าเธอได้พิสูจน์ตัวเองว่าสมควรจะเป็นคู่คิดในการปกครองโลกกับเวสเกอร์ไหม เวสเกอร์ตอบว่าอาจจะ แต่ความเย็นชาก็ได้ลบความโรแมนติกออกจนหมด เอ็กเซลลาเชื่อว่าเวสเกอร์จะได้เป็นราชาปกครองโลกและเธอได้เป็นราชินีแต่เวสเกอร์คิดเป็นอย่างอื่น เวสเกอร์คิดว่าพระเจ้าอย่างเขาเท่านั้นที่ใช้อำนาจได้แต่เพียงผู้เดียว เขาไม่ได้บอกเอ็กเซลลาและไหลไปตามน้ำ ในที่สุดบีเอสเอเอส่งคริสพร้อมกับ Shevar Alomar คู่หูใหม่เพื่อจับตัวริคาโด้ เออวิงค์ซึ่งขายโบว์สู่ตลาดมืดและทำงานให้ไทรเซลล์รวมทั้งสมรู้ร่วมคิดกับอัลเบิร์ต เวสเกอร์ หลังจากที่ชนะเออวิงค์ คริสและเชว่ายังคงติดตามหญิงในผ้าคลุมลึกลับซึ่งแท้จริงแล้วนั่นคือจิล จิลกลับมารายงานเวสเกอร์ว่าคริสและเชว่าได้เดินทางมาถึงศูนย์วิจัย เอ็กเซลลารู้สึกกังวลหลังจากที่เวสเกอร์เล่าเรื่องของคริสแต่เขาจะไม่ยอมเสียเวลาเพราะแผนการถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว

เอ็กเซลลลาผละตัวออกจากจิลและเวสเกอร์เพื่อจัดการกับคริสและเชว่าขณะที่เวสเกอร์อยู่ในห้องควบคุมศูนย์วิจัย เวสเกอร์ไตร่ตรองทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาประสบความสำเร็จและหวนนึกถึงวันเวลาที่ได้พบกับสเปนเซอร์แม้ว่าเขาจะฆ่าผู้สร้างเขาขึ้นมา เวสเกอร์ขอบคุณการตายของสเปนเซอร์ที่ทำให้เขามีวิสัยทัศน์มากขึ้นนั่นรวมไปถึงการเป็นพระเจ้าซึ่งสเปนเซอร์ทำไม่ได้ เมื่อเอ็กเซลลาและจิลไปพบคริสและเชว่าเวสเกอร์ก็ไปที่ห้องกษัตริย์เพื่อรอการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเขาและคริส เอ็กเซลลาและจิลนำไวรัสของไทรเซลล์ซึ่งอยู๋ใน Uroboros Mkono สิ่งมีชีวิตขั้นสูง ในขณะที่ทั้งสองต่อสู้กับสัตว์ประหลาด เอ็กเซลลาและจิลกลับไปที่ห้องกษัตริย์แต่คริสและเชว่าจับเอ็กเซลลาหลังจากสู้กับจิล เวสเกอร์เดินเข้ามาแล้วบอกว่า"นี่เป็นการรวมกันอีกครั้งของเรา"และบอกอีกว่า"ดีใจมากที่มาเจอกันอีกครั้ง"แต่คริสปฏิเสธ เวสเกอร์บอกว่าหญิงในผ้าคลุมคนนี้คือจิล

เวสเกอร์และจิลสู้กับคริสและเชว่า เอ็กเซลลาไปที่ท่าเรื่อซึ่งเรือเตรียมจะออกจากท่าและเป็นเจ็ดนาทีของ เวสเกอร์ที่จำกัดจำเขี่ย เอ็กเซลลาโทรไปหาเวสเกอร์ เขาละทิ้งการต่อสู้เพื่อดำเนินการตามแผนให้สำเร็จลุล่วง ทิ้งให้จิลสู้กับคริสและเชว่าแต่คริสดึงเครื่องฉีดP30ออกจากหน้าอกจิลได้ทำให้จิลเป็นอิสระจากเวสเกอร์ พวกเขาไล่ล่าเวสเกอร์และเอ็กเซลลาไปยังเรือบรรทุกของไทรเซลล์แต่แล้วเอ็กเซลลาก็ถูกเวสเกอร์หักหลัง เธอติดเชื้ออูโรโบรอสซึ่งได้พรากชีวิตเธอกลายเป็นสัตว์ประหลาดน่าเกลียดน่ากลัวซึ่งรวมกับซากของมาจินิเรียกว่า Uroboros Aheri หลังจากที่ทั้งสองสังหารเธอได้แล้ว พวกเขาก็ได้รับโทรศัพท์จากจิลว่าเวสเกอร์ต้องใช้เซรุ่มชนิดพิเศษเรียกว่า PG67A/W เข้าไปในร่างกายเพื่อรักษาความเสถียรของไวรัสแต่ถ้าใช้มากเกินไปจะทำให้เขาอ่อนแรงลงซึ่งก่อนหน้าที่จะสู้กับเอ็กเซลลา เชว่าเก็บเซรุ่มที่เอ็กเซลลาทำตก ด้วยข้อมูลนี้คริสและเชว่าพบเวสเกอร์ที่ใต้ดาดฟ้าเรือที่เก็บเครื่องบินสเตลท์ คริสรู้ทันทีว่าเวสเกอร์ใช้เครื่องบินลำนี้ปล่ิอยเชื้อในบรรยากาศโลกอย่างแน่นอน

พวกเขาต่อสู้กับกองกำลังมาจินิกองสุดท้ายของ เวสเกอร์และพบเวสเกอร์ที่แพลตฟอร์มซึ่งกำลังยืนมองเครื่องบินอยู่ การวางแผนทั้งหมดล้มเหลวและเขาก็โยนทั้งสองไปอยู่ใต้เจ็ท เครื่องบินก็พร้อมจะบินแล้ว เวสเกอร์กำลังประมือกับคริสและเชว่า เวสเกอร์บอกว่าแผนของเขาคือการสร้างโลกใหม่โดยมีเขาเป็นพระเจ้า คริสและเชว่าฉวยโอกาสฉีดเซรุ่มเข้าสู่เวสเกอร์โดยอาศัยความมืดบริเวณแพลตฟอร์มหลังจากปิดไฟ เวสเกอร์อ่อนแรงลง เขาหนีเข้าไปบนเจ็ทแต่เคริสและเชว่าก็ขึ้นเครื่องก่อนที่จะออก ในการต่อสู้ที่ดูจะตึงเครียด พวกเขาสู้กับเวสเกอร์ในขณะที่เครื่องบินยังคงบินสูงขึ้นเรื่อยๆ เวสเกอร์ชักปืน Beretta 92F ที่ถูกซ่อนไว้และยิงใส่เชว่าในขณะที่เธออยู่หลังเสาเหล็ก คริสยิงใส่เวสเกอร์ขณะที่เดินอยู่เขาหลบกระสุนของคริสและเชว่าที่ยิงมาพร้อมกัน เขาเล็ง Samurai Edge ใส่คริส

เพราะเซรุ่มในกำมือทำให้ทั้งคู่ได้เปรียบและโดนคริสฉีดเข้าไปบ่อยมาก คริสจัดการเปิดท้องเครื่องบินทำให้เครื่องบินเสียการทรงตัวและชนเข้าไปข้างในภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ น่าปาฏิหารย์คริสและเชว่ารอดจากการถูกชน แต่เวสเกอร์กลับไม่เป็นอย่างนั้นเขาเดินขึ้นมาที่บนหลังคาเครื่องในสภาพที่ ไม่ได้ใส่โค๊ทและเสื้อเชิร์ต เขากล่าวว่าเขาควรจะฆ่าคริสตั้งแต่ปีที่แล้ว เวสเกอร์เดินไปพร้อมกับกล่าวว่า"มันจบแล้ว...แต่ฉันจะเริ่มต้นใหม่!"  ทันใดนั้นเขาพังมิสไซล์บรรจุอูโรโบรอสด้วยหมัดของเขา เขาจงใจให้ร่างกายดูดซับไวรัสไว้และดูเหมือนว่าจะกลายพันธุ์จนเหนือการควบ คุมไปเสียแล้ว


การกลายพันธุ์และการเสียชีวิตของเวสเกอร์
เวสเกอร์กลายพันธุ์

เวสเกอร์ใช้Uroborosซึ่งเป็นหนทางสุดท้ายในการกำจัดศัตรูของเขา มีหนวดมาพันรอบชิ้นส่วนของโลหะก่อนที่จะพันรอบตัวเขาทำให้เขามีขนาดใหญ่ขึ้น โจมตีรุนแรง และมีหนวดเป็นรยางค์ เวสเกอร์โจมตีคริสและเชว่า เขามีความพยายามที่จะจัดการคริสและเชว่าด้วยการแกว่งแขนขนาดใหญ่ทำให้ไฟกระเด็นเป็นจำนวนมาก แต่แขนข้างอื่นของเวสเกอร์ตายเพราะติดเชื้อของอูโรโบรอสแม้จะพยายามให้ร่างกายสมบูรณ์เหมือนเดิม ในที่สุดการต่อสู้ก็มาถึงเวทีสุดท้ายคือใจกลางแม่น้ำลาวา เสียงตะโกนอันน่ากลัวเรียกชื่อของคริส เวสเกอร์กระโดดขึ้นแพลตฟอร์มและเตรียมพร้อมจบความแค้นที่มีทั้งหมด

แต่อำนาจอันล้นเหลือของเวสเกอร์แต่ก็อยู่ไกลจากคริสและเชว่าทันใด นั้นเวสเกอร์ก็ตกลงสู่ลาวา ขณะที่เขากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เฮลิคอปเตอร์ที่ขับโดยจิลและ Josh Stone เข้าช่วยเหลือคริสและเชว่า พวกเขาส่งบันไดลิงให้ทั้งสอง พวกเขาขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาได้อย่างปลอดภัยและมองเวสเกอร์อย่่างน่าเวทนาซึ่งเวสเกอร์เรียกคริสเป็นครั้งสุดท้าย เขาไม่ยอมรับความพ่ายแพ้และพยายามสังหารคริส เขาใช้หนวดที่แขนซ้ายดึงเฮลิคอปเตอร์และดึงลงมาเพื่อให้พวกเขาตายไปพร้อมกับเขา แต่คริสและเชว่ายิง RPG-7 สองลูกพร้อมกันไปที่เวสเกอร์ จรวดตัดศีรษะของเขาเขา ทำให้เกิดการระเบิด คลื่นลาวาทำให้เฮลิคอปเตอร์สะเทือนและลาวาได้กลืนกินเวสเกอร์ไปเป็นอันปิดฉากบุคคลที่อันตรายที่สุดในโลก

ทายาทสืบสายเลือด

เมื่อเวสเกอร์ตายไป เขาทิ้งทายาทของตนไว้เบื้องหลัง ในช่วงหนึ่งของชีวิตเขาเดินทางไปยังยุโรปตะวันออกและได้มีสัมพันธ์กับหญิงพื้นเมืองในภูมิภาคดังกล่าวก่อนที่จะทิ้งเธอไป ความสัมพันธ์สั้นๆของเขาส่งผลให้ Jake Muller ทหารรับจ้างผู้มีกรุ๊ปเลือดชนิดพิเศษที่ป้องกันเขาจาก C-Virus ถือกำเนิดขึ้น