หน้าเว็บ

Chris Redfield

วันที่เกิด : 1973
เพศ : ชาย
หมู่เลือด : O
ส่วนสูง : 185 เซนติเมตร
น้ำหนัก : 98 กิโลกรัม
อาชีพ : นักบินกองทัพอากาศสหรัฐ(ก่อนปี1998)
         : พลแม่นปืนและนักบินผู้ช่วยของ

           หน่วยสตาร์ทีมอัลฟ่า (1996-1998)
         : Private Regional Biohazard Containment
           Unit(1998-2004)
         : เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของกองกำลังผสมเฝ้า
           ระวังภัยก่อการร้ายทางอาวุธชีวภาพ
          
(2005-ปัจจุบัน)
สถานะ: ยังมีชีวิตอยู่
"มีสิ่งเดียวที่ผมรู้...ผมมีงานที่ต้องทำและผมกำลังทำมันอยู่"
Chris Redfield เป็น Special Operations Agent (SOA) ของ Bioterrorism Security Assessment Aliance (B.S.A.A.) คริสเป็นหนึ่งในสมาชิกช่วงก่อตั้งของบีเอสเอเอพร้อมกับ Jill Valentine

ประวัติโดยสังเขป

ในอดีต เขาเคยทำงานใน US Airforce ก่อนที่จะเข้ามาเป็นตำรวจในสังกัด Alpha Team หน่วย Special Tactics And Rescue Service (S.T.A.R.S.) ซึ่งอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของ Raccoon City Police Department (RPD) เขาถูกส่งไปยังบริเวณ Arklay Mountain แถบชานเมือง Raccoon City และเป็นหน่าวยสตาร์ที่รอดชีวิตจากกรณี Mansion Incident ที่ซึ่งเขาเสียรู้ให้กับแผนการทรยศของ Albert Wesker หัวหน้าทีมและเขาได้รู้ว่า Umbrella Corporation อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเนื่องจากการทดลองไวรัสกลายพันธุ์อย่าง T-Virus

หน่สยสตาร์ถูกยุบหลังจากเกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้และเรื่องราวก็สาวไปถึง G-Virus คริสจึงไปที่ Umbrella Europe ที่ปารีสเพื่อค้นหาหลักฐานทำลายอัมเบรลล่า สองเดือนต่อมาเกิดการระบาดแบบเดียวกันที่เมืองแร็คคูน Claire Redfield น้องสาวของคริสออกจามหาพี่ชายของเธอไปทั่วเมืองแต่กลับเกิดการระบาดของT-Virusในเมืองขึ้น เธอหนีออกจากเมืองและตามหาคริสต่อที่ยุโรป

เธอถูกอัมเบรลล่าจับขณะตามหาพี่ชายที่สำนักงานใหญ่ของอัมเบรลล่าในเดือนธันวาคม และถูกส่งไปคุมขังยัง Rockford Island เมื่อคริสทราบว่าแคลร์ถูกจับ เขาจึงรีบไปเพื่อช่วยเธอทันที พาตัวเองไปอยู่ในเหตุการณ์ Rockford Island Outbreak และ Antarctic Outbreak ทั้งสองเหตุการณ์นี้คริสได้เผชิญหน้ากับเวสเกอร์

หลังจากที่ช่วยแคลร์แล้ว เขากลับมาเป็นคู่หูกับจิลอีักครั้งหนึ่งและเข้าร่วมกลุ่ม Private Regional Biohazard Containment Service (BCU) คริสและจิลบุกเข้าไปใน Umbrella Caucasus Research Facility ที่รัสเซียในปี 2003 มีส่วนทำให้อัมเบรลล่าต้องล่มสลาย นอกจากการได้รับรองเป็นนักบินอากาศยานปีกตรึงแล้ว คริสยังได้รับการฝึกการต่อสู้อย่างจริงจัง เช่น CQC (Close Quarters Combat แปลว่าหลักสูตรการต่อสู้ระยะประชิด) ทำให้มีตวามเชี่ยวชาญในการใช้มีดและอาวุธปืน

ชีวประวัติ
ช่วงแรก

คริส เรดฟิลด์เป็นพี่ชายร่วมสวยเลือดกับแคลร์ เรดฟิลด์ ในช่วงอายุ17ปี คริสได้เข้าประจำการในสังกัด United State Air Force ประจำการในตำแหน่งนักบินและพลยิง ไม่เพียงแต่ขับเครื่องบินขับไล่ เขายังมีความโดดเด่นในการใช้อาวุธปืนและได้รับการฝึกฝนการใช้อาวุธระยะประชิดและเข้าร่วมในภารกิจที่ต่างประเทศแต่เขาผิดมจกับผู้บังคับบัญชาตลอดเวลาจนเรื่องงไม่สามารถจบได้ เขาถูกปลดประจำการโดยไม่มียศติดตัวแม้ว่าในแฟ้มประวัติจะระบุว่าเขาลาออกเอง ประมาณอายุ23-24ปี

หลังจากออกมาจากกองทัพอากาศ คริสก็เริ่มซัดเซพเนจรจนมาจบอยู่ที่เมืองแรคคูนที่ซึ่ง Barry Burton เพื่อนเก่าของเขาได้ชวนให้เข้าร่วมหน่วยสตาร์ ทางหน่วยสตาร์ได้ติดต่อเขาหลังจากที่แบร์รี่แนะนำเขา เขาใช้ทักษะที่มีทำให้หน่วยสตาร์รับเขาแทบจะทันที คริสถูกคัดไปอยู่ทีมอัลฟ่ากับแบร์รี่โดยมีอัลเบิร์ด เวสเกอร์เป็นหัวหน้าทีม

เขาเป็นพลแม่นปืนตลอดจนนักบินผู้ช่วยและรู้กันดีว่ามีความสามารถเรื่องความแม่น ต่อมาเขาก็ได้พบกับจิล วาเลนไทน์ซึ่งกลายเป็นคู่หูในเวลาต่อมา ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนสนิทกันและอยู่้ตัวติดกันตลอดเวลา

เหตุการณ์ในแมนชั่น
คริสในเครื่องแบบหน่วยสตาร์
 "เรายังคงค้นหาสมาชิกต่อไป....แต่เราำกำลังหันหน้าเข้าสู่....ฝันร้าย"
ในเดือนพฤษภาคม ปี1998 ทีมอัลห่าถูกส่งไปยัง Arklay Mountain ในเขตชานเมืองของเมืองแร็คคูนเพื่อตรวจสองการหายไปอย่างฉับพลันของ Bravo Team ในขณะที่เดินเข้าไไปในป่าพวกเขาก็ได้พบกับซากเครื่องบินพร้อมกับศพที่ฉีกขาดของ Kevin Dooley นักบิน ในขณะที่ตรวจสอบป่าอันเงียบสงบ Joseph Frost ถูกสุนัขป่าฉีกเขาเเป็นชิ้นๆขณะยังเป็นๆ จิลอยุ๋ในเหตุกาณ์นั้น เธอรีบลั่นไกแทบจะทันทีแต่เธอกำลังช็อคกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า กระสุุนปืนหมดแต่เธอยังคงเหนี่ยวไกต่อไป สุนัขป่าตัวหนึ่งวิ่งตรงเข้ามาหาเธอ คริสยิงใส่มันแล้วบอกให้เธอวิ่ง

ทีมอัลฟ่าอยู๋ในสถานการณ์คับขัน พวกเขาวิ่งออกจากป่าไปยังจุดลงจอดเฮลิคอปเตอร์แต่ Brad Vicker นักบินกลับปอดแหกแล้วบินหนีไป คริสวิ่งหนีฝูงสุนัขป่ากลุ่มนั้น เมื่อมันวิ่งกวดใกล้จะทัน เขาหันหลังพร้อมกับใช้แขนป้องขณะที่สุนัขป่ากระโจนใส่ เวสเกอร์ยิงมันทันทีและสั่งให้ทั้งสองวิ่งตามเขามากมุ่งตรงไปยัง Spencer Estate ทั้งสี่คนวิ่งพร้อมกับยิงคุ้มกันจนในที่สุดก็ได้เข้าไปในคฤหาสถ์ร้างดังกล่าว

ตลอดทั้งคืน คริสตามหาผู้รอดชีวิตในแมนชั่น ต่อสู้กับสัตว์ร้ายมากมาย และพบกับ Rebecca Chambers และ Richard Aiken ลูกทีม Bravo Team แล้วคริสวิ่งไปรายงานเวสเกอร์ซึ่งกำลังสำรวจเขต Residence เวสเกอร์บอกคริสว่าเขาพึ่งแยกกับคริสเมื่อก่อนหน้านี้

เขาเดินเข้าไปสู่ Cave Of Hatred อุโมงค์ใต้แมนชั่น คริสได้พบกับ Enrico Marini หัวหน้าทีมบราโว่ซึ่งบาดเจ็บอยู่ เขาบอกคริสว่าในกลุ่มมีคนทรยศ เมื่อพูดจบเขาก็ถูกยิงโดยไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ยิง คริสทำการสำรวจต่อไป เขาค้นพบศูนย์วิจัย Arklay Research Facility และยังพบรูปที่แสดงว่าเวสเกอร์อยู่ในกลุ่มหัวหน้านักวิจัย เขาพบกับเวสเกอร์ เวสเกอร์ยืนยันว่าเขาล่อหน่วยสตาร์เข้ามาในแมนชั่นเพื่อเก็บข้อมูลการต่อสู้ของ B.O.W. เพื่อใช้ในการวิจัยต่อไป เวสเกอร์ยิงรีเบ็คก้าและปล่อยสัตว์ประหลาดที่อยู่ในหลอดทดลองขนาดยักษ์ออกมา มันคือ Tyrant T-002 ท่าทางของมันเหมือนจะเดินมาหาคริสแต่มันกลับหันไปทางเวสเกอร์และแทงที่ท้องเขาจนทะลุ เวสเกอร์ตายทันที มันสะบัดศพของเวสเกอร์ออกจากกรงเล็บแล้วเข้าโจมตีคริสแต่คริสก็สามารถจัดการมันลง รีเบคก้ารอดชีวิตจากการถูกยิงเพราะเธอใส่เสื้อกันกระสุนและวิ่งไปเปิดระบบทำลายตัวเองของแมนชั่น เมื่อเปิดระบบจนเสร็จสิ้น คริสก็ตามหาจิล เขาวิ่งผ่านห้องทดลอง เขาพบว่าเวสเกอร์ขังเธอไว้ในห้องขัง หลังจากช่วยจิลแล้ว ทั้งสองได้วิ่งขึ้นไปบนหลังคาเพื่อรอแบรดซึ่งแบรดได้ติดต่อมาและตัดสินใจกลับมาช่วย รีเบ็คก้าวิ่งมาสมทบก่อนที่แบรดจะลงจอดแต่ไทแรนท์โผล่ขึ้นมาจากพื้นและเริ่มการต่อสู้ หลังจากยิงไปวิ่งไป แบรดได้โยน Rocket Launcher ลงมา คริสใช้มันยิงไทแรนท์จนร่างแหลกละเอียดเป็นชิ้นๆ

คริส จิล และรีเบคก้าขึ้นเฮลิคอปเตอร์และหนีออกจากแมนชั่น แบร์รี่หนีไปไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แมนชั่นก็เกิดระเบิดขึ้นทำลายสัตว์ประหลาดและหลักฐานทั้งหมด

หลังจากผ่าประสบการณ์อันเลวร้ายมาแล้ว คริส จิล และรีเบ็คก้าถูกนำส่งโรงพยาบาล Raccoon General Hospital ซึ่งหมอยืนยันแล้วว่าเขาไม่มีอาการบาดเจ็บร้ายแรง

 หลังจากฝันร้าย

หลังจากที่ฟื้นตัวจากบาดแผล สตาร์ที่เหลืออยู่พยายามเขียนรายงานส่งให้กับผู้มีอำนาจแต่ความพยายามที่ทำมาทั้งหมดก็ต้องล้มเหลวเพราะบริษัทได้ติดสินบน Brian Irons ผู้บัญชาการสถานีตำรวจเมืองแร็คคูนและเพิกเฉยต่อเหตุการณ์ดังกล่าวแม้ว่าเหตุการณ์นี้สร้างความเคลือบแคลงใจให้กับประชาชน ประชาชนยังคงบริโภคผลิตภัณฑ์ของอัมเบรลล่า ไอออนยุบหน่วยสตาร์ก่อนที่จะรู้เรื่องมากไปกว่านี้และแทนที่ด้วย S.W.A.T.

คริสพยายามหาความลับของไอออนบางส่วนและยื่นคำร้องให้กับสถานีตำรวจแห่งชาติ เพื่อปิดบังเรื่องที่เขาตามสืบและไม่ให้ไอออนสงสัยคริสเริ่มทำพฤติกรรมก้าวร้าวโดยต่อยหน้า Elrand เพื่อนร่วมงานที่ทำกาแฟหกใส่ จิลไม่รู้ความตั้งใจของงคริสจึงเข้าไปห้ามแต่คริสยักคิ้วให้เธอแล้วเดินจากไป ภายหลังเขาถูกพักราชการ

คริสเริ่มตรวจสอบอัมเบรลล่าเพียงลำพังโดยที่ไม่ได้บอกใครแม้แต่จิล จนในที่สุดเขาก็บอกจิลหลังจากชวนเธอไปยังอพาร์ตเมนท์ของเขาและได้เธอแสดงรายงานG-Virus เธอไม่อยากให้คริสต้องต่อสู้เพียงลำพังและเธอได้เรียกแบร์รี่เพื่อเข้ามาเสริมกำลัง ทั้งสามพยายามหาข้อมูลของอัมเบรลล่าแต่คริสก็รู้ว่าอยากได้ลูกเสือต้องเข้าถ้ำเสือ เขาจะไปสืบต่อที่สำนักงานใหญ่ในยุโรป  จิลตกลงแต่จะหาข้อมูลในเมืองแร็คคูนก่อนแล้วตามไปสมทบส่วนแบร์รี่จะขอหาที่ซ่อนตัวให้กับครอบครัวก่อนแล้วตามไปทีหลัง คริสเลืือกที่จะบอกน้องสาวเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมดเพื่อไม่ให้เข้ามาในอันตรายนี้แต่ผลที่ได้กลับตรงกันข้าม

แคลร์ส่งแฟกซ์ไปหาคริสเพื่อขอข้อมูลของไอออนในช่วง Raccoon City Outbreak เธอตามหาพี่ชายซึ่งรู้ที่อยู่ล่าสุดคือเมืองแร็คคูน แฟกซ์แสดงให้เห็นว่าพวกเขาพยายามตามหาG-Virusแต่ก็ยังไม่มีหลักฐานที่จะยืนยันว่ามันมีอยู่จริง พวกเขารู้ว่าที่ผ่านมาผู้การไอออนปกปิดความจริงอันดำมืดและรับสินบนจากอัมเบรลล่า แคลร์ระบุว่ามีศูนย์วิจัยอยู่ที่ปารีสและเชื่อได้เลยว่าคริสต้องไปแน่นอน แคลร์เดินทางไปยัง Umbrella Medical สำนักงานใหญ่ในปารีสแต่ก็ไม่พบคริส เธอถูกจับขณะแอบเข้าไปในสำนักงานใหญ่และถูกส่งไปยังเกาะร็อคฟอร์ด เกาะโดดเดี่ยวซึ่งมีคุกที่ไม่มีใครแหกออกมาได้

เกาะร็อคฟอร์ดและแอนตาร์คติกา
คริสในภาค Code: Veronica
"ใช่! ได้เวลาแก้แค้นแล้ว เราจะทำลายอัมเบรลล่าให้มันหายไปตลอดกาล"
ขณะที่สืบข้อมูลของอัมเบรลล่าอยู่ที่ยุโรป คริสเป็นที่ต้องการตัวของอัมเบรลล่า เพราะเหตุนี้ทำให้ Leon S. Kennedy สามารถตามตัวเขาจนพบ ลีออนเป็นคู่หูของแคลร์หลังจากร่วมมือกันหนีออกจากเมืองแรคคูน เธอได้ส่งอีเมลล์ให้กับลีออนโดยมีใจความให้ช่วยตามหาคริส เขาส่งข้อความขอความช่วยเหลือให้กับคริส คริสทิ้งภารกิจสืบอัมเบรลล่าและตรงมายังเกาะร็อคฟอร์ด เมื่อถึงยังเกาะร็อคฟอร์ด คริสปีนกำแพงเข้าไปโดยไม่ถูกตรวจพบ เขาได้พบกับ Rodrigo Juan Raval ซึ่งได้บอกว่าแคลร์อยู่ที่ใดแต่แล้วโรดิโก้ถูกโจมตีโดย Gulp Worm หนอนยักษ์กลายพันธุ์และมันกลืนเขาไป คริสสู้กับมันและฆ่ามันได้ มันคายโรดิโก้ออกมาแต่โรดิโก้นั้นบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่เขาจะสิ้นใจ เขาได้ให้ไฟแช็คกับคริสและบอกว่าเขาปล่อยเธอออกไปแล้วและอาจจะออกไปจากเกาะนี้แล้วก็เป็นได้ แล้วโรดิโก้ก็สิ้นใจ

ขณะที่หาแคลร์ที่เกาะ เขาได้พบคำตอบที่เขาหามานานเมื่อเขามาถึงยุโรป มันเป็นสิ่งที่เขาคาดไม่ถึง การกลับมาของหัวหน้าเก่าอัลเบิร์ด เวสเกอร์ซึ่งรอดจากเหตุการณ์ที่แมนชั่นเมื่อหลายเืดือนก่อนและตอนนี้เขามาพร้อมกับความแค้นที่ต้องการชำระกับคริส ทั้งสองต่อสู้กันช่วงสั้นๆซึ่งเวสเกอร์ก็สามารถเอาชนะอย่างง่ายดายด้วยพลังอันเหนือมนุษย์ เวสเกอร์ไดบอกกับคริสว่าแคลร์อยู่ที่แอนตาร์คติกาในศูนย์วิจัยลับของอัมเบรลล่า

หลังจากตามแคลร์ไปยังแอนตาร์คติกา เขาพบเธอหมดสติอยู่หน้าคฤหาสน์ที่จำลองมาจากคฤหาสน์สเปนเซอร์ เวสเกอร์มายังแอนตาร์คติกาเพื่อตามหา Alexia Ashford ซึ่งครอบครองตัวอย่าง T-Veronica Virus คริสและแคลร์อยู่ด้วยกันเป็นเวลาสั้นๆและแคลร์ได้ออกตามหาเพื่อนนักโทษ Steve Burnside

คริสมองดูเวสเกอร์และอเล็กเซียที่กลายพันธุ์ต่อสู้กันหลังจากที่เวสเกอร์ขอไวรัสเวโรนิกาแต่เขาใช้กำลังบังคับ เมื่อเวสเกอร์หนีไป คริสจึงเข้าสู้และจัดการเธอจนพ่ายแพ้ไป

หลังจากที่สตีฟเสียชีวิต คริสเปิดระบบทำลายตัวเองของศูนย์และพบกับน้องสาวของเขาอีกครั้ง ทั้งสองพยายามร่วมกันหนีแต่อเล็กเซียโผล่เข้ามาและพยายามขัดขวางพวกเขา คริสและแคลร์ได้ใช้อาวุธชนิดพิเศษเรียกว่า Linear Launcher แต่อาวุธชนิดนี้ต้องใช้เวลาในการชาร์จ คริสบอกแคลร์ว่าให้ไปรอที่เครื่องบินเจ็ทแฮริเออร์ก่อนขณะที่เขาจัดการอเล็กเซีย แคลร์ทำตามแม้จะไม่่เต็มใจก็ตามแต่อเล็กเซียก็พยายามรังควานแคลร์ คริสจึงยิงใส่อเล็กเซียจากนั้นร่างกายของเธอก็เริ่มกลายพันธุ์จนเป็นสัตว์ประหลาดน่าเกลียดน่ากลัว แคลร์วิ่งไปทันทีและคริสก็ได้ต่อสู้ตัวต่อตัวกับอเล็กเซีย ระหว่างการต่อสู้ เธอออกมาจากดักแด้และเริ่มที่จะบิน ลิเนียร์แลนเชอร์ก็ชาร์จเสร็จสมบูรณ์ ด้วยเพียงนัดเดียวคริสได้สังหารอเล็กเซีย

เมื่อศูนย์เริ่มถล่ม คริสวิ่งตามหลังเวสเกอร์ซึ่งจับแคลร์ไว้เป็นตัวประกัน หลังจากโต้คารมกันเล็กน้อย เวสเกอร์ก็ปล่อยตัวแคลร์ เขาบอกว่าถ้าได้ฆ่าคริสแล้วรู้สึกดีกว่าทำภารกิจไวรัสเวโรนิก้าสำเร็จเสียอีก คริสสั่งแคลร์ให้ไปรอที่เครื่องบินเจ็ท คริสและเวสเกอร์ก็ต่อสู้กัน คริสแพ้กับเวสเกอร์ซึ่งบอกว่านี่คือพลังเหนือมนุษย์และมันก็คุ้มค่าที่ต้องแลกกับความเป็นมนุษย์ที่อ่อนแอ 

การต่อสู้ต้องจบลงเพราะศูนย์วิจัยกำลังระเบิด เวสเกอร์สาบานไว้ว่าครั้งหน้าพวกเขาได้เจอกันอีก คริสรีบไปที่เครื่อง ศูนย์เริ่มระเบิดอยู่ด้านหลังเขา เขาออกมาจากลิฟต์และโดนพัดข้ามห้องจนมาหยุดอยู่ที่หัวเครื่องบิน เขาขับเจ็ทออกจากศูนย์วิจัยขณะที่มันระเบิดตัวเอง แคลร์ขอให้สัญญาว่าเขาจะไม่ออกไปและทิ้งเธอให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกครั้งแต่ริสบอกว่าเขาต้องกำจัดอัมเบรลล่าให้สิ้นซากไป

หลังจากเหตุการณ์นี้ คริสได้รวมกลุ่มกับจิลและแบร์รี่ซึ่งหนีออกจากเมืองแร็คคูนเมื่อก่อนหน้านี้ เธอมาถึงอพาตเมนท์ของคริสที่ถูกรื้อค้นจนกระจุยกระจายและเธอพบเพียงมีดของเขาอยู่ที่พื้น จิลจึงตามล่าหาคริสซึ่งคริสก็หาเธออยู่เช่นกัน ทั้งสองได้เข้าร่วม anti-Umbrella and bio-weapon task-force พวกเขาเป็นคู่หูกันและอีกห้าปีต่อมาพวกเขาจะทำทุกอย่างเพื่อจะเปิดโปงอัมเบรลล่า

จุดจบของอัมเบรลล่า
คริสในภาค Umbrella Chronicles
"ฝันร้ายมันจบแล้วตรงนี้และตอนนี้!"
ห้าปีต่อมา ในปี2003 เขาและจิลถูกส่งไปยัง Umbrella Caucasus Research Facility ซึ่งเชื่อว่าเป็นบ้านหลังใหม่ของโบว์ชนิดใหม่ พวกเขาดำเนินการโจมตีอย่างเต็มรูปแบบทำลายโบว์ที่ขวางหน้า

จนในที่สุดพวกเขาได้พบกับอาวุธชีวภาพตัวใหม่รหัส T-A.L.O.S. โดยที่ Sergei Vladimir บอกว่าเขาคือผู้สร้างมันขึ้นมา เซอร์เกยขังพวกเขาไว้ในห้องขังทาลอสและปลุกมันขึ้นมา คริสและจิลรู้ทันทีถึงความรู้สึกที่ต้องต่อสู้ เมื่อทาลอสมาถึงพวกเขาไม่มั่นใจเพราะไม่มีประสบการณ์ในการต่อสู้กับโบว์ชนิดใหม่

เมื่อไม่มีทางเลือกก็ต้องสู้ พวกเขาสังหารมันได้ทำให้อัมเบรลล่าต้องถึงจุดจบตลอดกาล หลังจากหนีออกจากศูนย์ พวกเขาเสียใจที่เวสเกอร์หนีไปได้ในเหตุการณ์ครั้งก่อน แม้ว่าปัญหาของอัมเบรลล่าจะจบแล้ว มันติดอยู่ที่เวลาก่อนที่ีจะจัดการเวสเกอร์อีกครั้ง พวกเขายังไม่รู้ว่าเวสเกอร์ก็ได้แทรกซึมเข้าศูนย์วิจัยเดียวกันเพื่อตา่มหาเซอร์เกย์ วลาดิมีร์


คริสในปี 2005
แผนการของ Il Veltro
"เราจะหาเธอ, จิล... ฉันสัญญา..."
ในปี 2005 หลังจากการโจมตี Terragrigia หนึ่งปี บีเอสเอเอป้องกันและประเมินสถานการณ์ภัยก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการกลับมาของ Il Veltro ที่ทำลายเมืองบนน้ำอย่างเทอร์รากริเจีย เพื่อตรวจสอบข่าวลือดังกล่าวทำให้ผู้อำนวยการบีเอสเอเอ Clive R. O'Brian ส่งคริส เรดฟิลด์และ Jessica Sherawat ผู้ช่วยคนใหม่ไปยังเทือกเขาในวัลคอยเนนม็อกกิ, ประเทศฟินแลนด์ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ซ่อนของเวลโทร เมื่อมาถึงพื้นที่ดังกล่าวเจสสิกาและคริสขาดการติดต่อกับศูนย์บัญชาการบีเอสเอเอทำให้พวกเขาต้องปฏิบัติภารกิจโดยไม่มีการสนับสนุนจากวิทยุสื่อสาร

ในเวลาเดียวกันจิล วาเลนไทน์และ Parker Luciani ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือที่ทะเลเมดิเตอเรเนียนเพื่อค้นหาพวกเขา ตามพิกัดล่าสุดที่มาจากปลายทางทำให้พวกเขารู้ว่าทั้งคริสและเจสสิกาอยู่ที่ใดสักที่ในทะเลซึ่งก็น่าจะเป็นเรือ เพราะเหตุนี้ทำให้จิลและปาร์คเกอร์เข้าไปสำรวจเรือ Queen Zenobia

เมื่อมาถึงยอดเขา คริสและเจสสิกาเห็นอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินขนส่งสินค้าที่ตกอยู่บริเวณใกล้ๆ เมื่อสืบค้นที่เกิดเหตุพวกเขาพบร่องรอยของไวรัสพร้อมกับศพนักบินที่ถูกตะปบซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นคนของเวลโทร พวกเขาเดินไปตามเส้นทางผ่านเหมืองแร่ซึ่งนั่นเป็นทางลัดสู่ที่ซ่อนของเวลโทร ในขณะที่อยู่ในถ้าพวกเขาถูก Fenrir ฝูงหมาป่ากลายพันธุ์จาก t-Abyss Virus เข้าโจมตี ในระหว่างการต่อสู้คริสได้รับบาดเจ็บที่ขาแต่ก็สามารถเอาชีวิตรอดจากหมาป่าได้ด้วยความช่วยเหลือของเจสสิกา ในที่สุดก็ไปถึงสุดปลายทางออกของถ้ำที่พวกเขาพบกับสนามบินที่เวลโทรใช้เป็นแหล่งกบดาน ไม่นานหลังจากนั้นโอไบรอันติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของเขาเรื่องการกลับมาของเวรโทรหลังจากระบบสื่อสารล่ม ต่อมาคริสและเจสสิกาได้รับข่าวร้ายว่าจิลและปาร์คเกอร์หายตัวไประหว่างปฏิบัติภารกิจค้นหาพวกเขาซึ่งนั่นก็เป็นไปได้ว่าพวกเขาถูกผู้ก่อการร้ายจับกุมตัว ทันทีที่คริสและเจสสิกากลับศูนย์บัญชาการก็นั่งเฮลิคอปเตอร์ทำภารกิจต่อไปเพื่อหาเรือร้างที่เวลโทรยึดไว้แต่ก็ไม่มีข้อมูลใดๆเกี่ยวกับเรือลำดังกล่าวเลย

ตามคำแนะนำของคริส โอไบรอันส่งเจ้าหน้าที่ Keith Lumley และ Quint Cetcham กลับไปยังสนามบินวัลคอยเนนม็อกกิเพื่อหาข้อมูลพิกัดที่แน่นอนของเรือควีนซีโนเบีย ภารกิจครั้งนี้ประสบความสำเร็จทำให้คริสและเจสสิกาทราบพิกัดของเรือ เมื่อมาถึงหัวเรือพวกเขาก็เริ่มสำรวจเรือท่ามกลางฝูงของ Ooze แต่พวกเขารู้ทันทีว่าเรือลำนี้คือ Queen Semiramis จึงส่งข้อผิดพลาดไปหาโอไบรอันทำให้คริสได้พิกัดที่แท้จริงของเรือซีโนเบีย ขณะที่กำลังแล่นเรือไปยังเรือซีโนเบียพวกเขาถูก Malacoda โจมตีแต่ก็ขับไล่มันออกไปและเข้าไปในเรือจนในที่สุดก็ได้พบกับจิลและปาร์คเกอร์ที่คาสิโนที่ซึ่งเจสสิกายิงผู้ก่อการร้ายเวลโทรที่ไม่มีอาวุธทำให้คริสประหลาดใจ ผู้ก่อการร้ายคนนั้นเสียชีวิตและแท้จริงแล้วนั่นคือ Raymond Vester เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมธิการป้องกันภัยก่อการร้ายชีวภาพ ต่อมาคริสจับคู่กับจิลอีกครั้งมุ่งไปยังห้องแล็ปของเรือเพื่อหยุดไวรัสที-อบิสส์ขณะที่ปาร์คเกอร์และจิลหาทางทำให้เรือล่มช้าลง

เมื่อมาถึงแล็ป คริสและจิลจัดการแก้ไวรัสทั้งหมดทันทีในขณะที่การกระทำของพวกเขาถูกจับตามองโดย Morgan Lansdale ผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่เทอร์รากริเจีย พวกเขาหนีจากเรือที่กำลังจะจมแต่ก็พบปาร์คเกอร์ที่ได้รับบาดเจ็บที่ขาเพราะถูกเจสสิกายิงซึ่งตอนนี้รู้กันแล้วว่าเป็นหนอนบ่อนไส้ของมอร์แกนแต่ก็ไม่สามารถช่วยเขาได้ในเวลานั้นทำให้ปาร์คเกอร์ต้องเอาชีวิตรอดออกมาเอง ที่ด้านนอกของเรือควีนซีโนเบียพวกเขาถูกโจมตีโดยอาวุธชีวภาพขนาดใหญ่แต่พวกเขาก็ทำลายมันโดยได้รับความช่วยเหลือจากเคิร์ท แมทธิสัน

อย่างไรก็ตามภารกิจยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ผู้อำนวยการโอไบรอันเล่าเรื่องราวของ Veltro Conspiracy ด้วยตัวเอง นอกจากนี้เขายังยืนยันว่ามีเรือลำที่สามซึ่งมีชื่อว่า Queen Dido เพื่อหาวิดิโอที่เป็นหลักฐานความชั่วร้ายที่มอร์แกนก่อไว้ คริสและจิลเข้าใจแล้วว่าเรือควีนดิโดอยู่บริเวณซากเมืองเทอร์รากริเจียและพบว่า Jack Norman ยังมีชีวิตอยู่ในซากเรือ ด้วยความแค้นที่มีต่อมอร์แกนของนอร์แมนทำให้เขาฉีดไวรัสที-อบิสส์และกลายเป็น Ultimate Abyss ในระหว่างการต่อสู้คริสและจิลสังหารนอร์แมนได้และได้เครื่องพีดีเอของนอร์แมนซึ่งเผยให้เห็นความจริงของเทอร์รากริเจียทำให้มอร์แกนถูกจับกุม

หลังยุคอัมเบรลล่า

คริสในชุดB.S.A.A.แบบเก่า
ในปี2006 ทั้งคู่ได้รับข้อมูลจากแหล่งเชื่อถือได้มีรายละเอียดเกี่ยวกับที่อยู่ของ Ozwell E. Spencer ผู้ก่อตั้งอัมเบรลล่า พวกเขาตั้งใจที่จะบุกที่หลบภัยและจับกุมเขา เมื่อเข้าไปในคฤหาสน์พบศพบอดี้การ์ดถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด ทั้งสองต้องแก้ปริศนาและเอาชีวิตรอดจากกับดักนับไม่ถ้วนแล้วยังต้องสู้กับ Guardian of Insanity ที่มุ่งมั่นที่จะไล่ล่าตลอดภารกิจของพวกเขา ในขณะที่เดินผ่านสวนคฤหาสน์ พวกเขาตกจากสะพานเก่าและลงสู่ท่อระบายน้ำ อุปกรณ์ต่างๆไม่สามารถใช้ได้ พวกเขาต้องใช้สมองในการจัดการพวกยามสัตว์ประหลาดเหล่านี้เพื่อหนีออกจากท่อระบายน้ำ เมื่อพวกเขามาถึงโถงห้องสุดท้ายของคฤหาสน์ พวกเขาพบศพของบอดี้การ์ดถูกสังหารเพิ่มอีกตรงหน้าประตู พวกเขาเปิดประตูห้องที่สเปนเซอร์ซ่อนตัวอยู่แต่เมื่อเข้าไปสิ่งที่พวกเขาเห็นคืออัลเบิร์ด เวสเกอร์ซึ่งฆ่าสเปนเซอร์ไปเมื่อก่อนที่พวกเขาจะมา การต่อสู้ก็ได้เริ่มขึ้น ทั้งคู่ถูกล้มอย่างง่ายดายด้วยพลังอันเหนือมนุษย์ของสเปนเซอร์ เวสเกอร์จะจัดการปลิดชีวิตของคริสแต่จิลใช้ตัวเข้าพุ่งใส่เวสเกอร์ ทั้งคู่กระเด็นออกนอกหน้าต่างและตกไปยังเหวลึกข้างคฤหาสน์ คริสได้แต่จ้องมองคู่หูที่ตกลงเหวไปสู่ความตาย

บีเอสเอเอค้นหาศพของจิลถึงสามเดือนแต่ไม่พบจนมีข้อสรุปว่าจิล วาเลนไทน์เสียชีวิตในหน้าที่ สามปีต่อมาคริสไม่เชื่อว่าจิลเสียชีวิตและรับภารกิจทุกอย่างเท่าที่มีซึ่งเขาก็หวังไว้ว่าจะพบกับเบาะแสของจิล

เหตุการณ์ในKijuju
คริสใน Resident Evil 5
"หลายต่อหลายครั้งที่ผมถามตัวเองว่ามันคุ้มค่าไหมกับการต่อสู้ที่ต้องแลกมันมากับอนาคตที่ไร้ความหวาดกลัว ใช่แล้ว มันคุ้มค่า"
สามปีต่อมา ในปี2009 คริส เรดฟิลด์กลายเป็นคนที่ทำงานมากที่สุดและได้รับความนับถือจากสมาชิกในบีเอสเอเอ ทั่วทุกสาขาขององค์กร เขามีส่วนร่วมในภารกิจมากกว่าคนอื่นและเป็นบุคคลที่ทำให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงทุกครั้งไป ในเดือนมีนาคมช่วงหนึ่งของสืบสวนของเขา เขาพบแผนการที่กำลังจะเกิดขึ้นเกี่ยวกับการซื้อขายอาวุธชีวภาพที่เกิดขึ้นใน KAZ (Kijuju Autonomous Zone แปลว่าเขตปกครองตนเองคิจูจู หรือเรียกสั้นๆว่า"Kijuju") ในทวีปแอฟริกา คริสถูกส่งไปบังคิจูจูเพื่อจัับกุมพ่อค้าอาวุธชีวภาพชื่อว่า Ricardo Irving และทำงานคู่กับคู่หูคนใหม่คือ Sheva Alomar คริสและเชว่าอยู่ในร้านขายเนื้อและไดรับภารกิจที่นั่น พวกเขาได้รับอุปกรณ์และอาวุธจาก Reynard Fisher พวกเขาพบว่าคิจูจูเสื่อมโทรมลงเป็นผลมาจาก Las Plagas รุ่นใหม่และถูกบังคับให้เป็นจุดรวมพลของกองทัพ Majini ฟิชเชอร์ถูกตัดคอโดย Executioner Majini ในการชุมนุมสาธารณะและมาจินิจำนวนมากเข้ามาทำร้ายคริสและเชว่า โชคดีที่ Kirk Mathison เข้าสนับสนุนทางอากาศเพื่อหาทางหยุดการต่อสู้้ที่เกิดขึ้น พวกเขาได้รับวิทยุจากทีมอัลฟ่าว่าถูกโจมตีโดยสัตว์ประหลาดนิรนาม พวกเขาต้องสู้กับ Majini Uroboros Test Subject ทีทำให้ B.S.A.A. Alpha Team เสียชีวิตเกือบทั้งหมด เฮลิคอปเตอร์ของเคิร์กตกเพราะถูกโจมตีโดย Kipeopeo เมื่อเข้าไปในจุดตกพวกเขาก็ติดกับดักของพวกมาจินิแต่ด้วยความช่วยเหลือของ Jose Stone และ Dave Johnson สมาชิกทีมอัลฟ่าทำให้สามารถเอาชีวิตรอดจนเข้าเห็นเออร์วิงค์และหญิงในผ้าคลุมลึกลับ คนคุ้มกันของเขากำลังติดต่ออยู่กับลูกค้า หลังจากนั้นไม่นานเขาก็พบกับภาพของสาวผมทองซึ่งเขาเชื่อว่่านี่ล่ะคือจิล วาเลนไทน์ คริสและเชว่าระบุที่อยู่ของเออร์วิงค์ว่าอยู่ที่เขตเหมืองในคิจูจู พวกเขาเข้าจับกุมแต่หญิงสาวสวมผ้าคลุมก็ช่วยเขาให้หนีไปได้ คริสเช็คเอกสารที่วางทิ้งไว้นำพาพวกเขาไปยังที่ซ่อนของเออร์วิงค์ที่โรงกลั่นน้ำมัน เออร์วิงค์ได้ปล่อยอาวุธชีวภาพสองตัวได้แก่ Popokarimu และ Ndesu หลังจากทำลายทั้งสองตัวแล้วพวกเขาก็เข้าสู่เขตพื้นที่ชุ่มน้ำ ทั้งสองได้สมทบกับหัวหน้าจอร์ช สโตนเพื่อตามล่าเออร์วิงค์ในโรงกลั่นน้ำมัน

เออร์วิงค์พยายามสังหารคริส เชว่า และจอร์ชด้วยการระเบิดโรงกลั่นน้ำมันแต่พวกเขาก็หนีรอดมาได้และเผชิญหน้ากับเออร์วิงค์ เขาฉีดตัวอย่างของ Control Plagas เข้าร่างกายทำให้กลายพันธุ์เป็นสัตว์ประหลาดคล้ายคราเคน พวกเขาสามารถจัดการเออร์วิงค์ได้ ก่อนที่เขาจะตายเขาได้บอกกับคริสและเชว่าว่าคำตอบทั้งหมดอยู่ในถ้ำ

หลังจากที่เออร์วิงค์ตาย คริสได้บอกกับเชว่าว่าเขาทำภารกิจก็เพียงเพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับจิลวาเลนไทน์ที่เขาสงสัยว่าเธอยังมีชีวิตอยู่แต่เชว่าก็สัญญาว่าจะอยู่กับเขาไปจนจบภารกิจ ทั้งคู่ได้พบกับพื้นที่ขนาดใหญ่เก็บแคปซูลบรรจุสัตว์ทดลอง คริสรีบไปยังมอร์นิเตอร์เพื่อตามหาจิลใน Revolving Elevators พวกเขาได้ให้แคปซูลที่เชื่อว่าเป็นแคปซูลที่เชื่อว่าเป็นของจิลขึ้นมาแต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะถูกโจมตีโดย U-8 ทำให้พวกเขาต้องสู้อย่างไม่มีทางเลือก

หลังจากเอาชนะU-8ได้ พวกเขาก็ต้องพบกับแคปซูลที่ว่างเปล่าและ Excella Gionne ได้ปรากฎตัวผ่านทางจอมอร์นิเตอร์ซึ่งเธอได้ปฏิเสธทุกอย่างเกี่ยวกับจิลวาเลนไทน์ เชว่าจำเอ็กเซลล่าได้ว่าเป็นหนึ่งในคณะผู้บริหารบริษัท TriCell Pharmaceutical ,inc. และเธอบอกว่าเอ็กเซลล่าพูดโกหก หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้พบกับเอ็กเซลล่าอีกครั้งในห้องทดลองซึ่งพวกเขาต้องสู้กับสัตว์ทดลองที่เอ็กเซลล่าได้ปล่อยออกมาคือ Uroboros Mkono หลังจากเอาชนะมันเรียบร้อย พวกเขาก็ได้แกะรอยตามเอ็กเซลล่าไปซึ่งเอ็กเซลล่าได้ไปสมทบกับเวสเกอร์และหญิงลึกลับสวมผ้าคลุม คริสต้องการทราบเกี่ยวกับเรื่องของจิลและก็ต้องตะลึงเมื่อเวสเกอร์ได้ถอดผ้าคลุมผู้ช่วยลึกลับของเขาซึ่งก็ไไม่ใช่ใครอื่นนอกจากจิลวาเลนไทน์ แม้ว่าคริสจะพยายามเรียกความทรงจำจิลกลับคืนแต่เธอก็ยังคงโจมตีคริสและเชว่า

ขณะที่เวสเกอร์กำลังจะหนี คริสกับเชว่าก็กำลังจัดการกับจิล เวสเกอร์ประหลาดใจที่อุปกรณ์ที่ติดที่หน้าอกทำให้จิลเจ็บปวดทรมาน เชว่าพบอุปกรณ์ที่หน้าอกและช่วยกับคริสเอามันออกมา

หลังจากที่จิลล้มลง คริสรีบไปหาจิลและเขาก็โล่งอกที่ว่าจิลยังมีชีวิตอยู่และความทรงจำกลับคืนมา เธอขอโทษจากการกระทำของเธอและให้คริสปฏิบัติหน้าที่ต่อและหยุดการการกระทำของเวสเกอร์ คริสปฏิเสธเพราะกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเธอแต่เธอจับตัวเขาและพูดว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถหยุดเวสเกอร์ได้แล้วคริสก็เข้าไปในลิฟท์ เธอบอกกับเชว่าอีกว่ืาให้ดูแลคริสให้ดี

ทั้งคู่พบเอ็กเซลล่าซึ่งเธอวิ่งหนีพวกเขาด้วยความหวาดกลัวและทำขวดบางอย่างตก เชว่าเ็ก็บหลังจากคริสอธิบายว่ามันต้องเป็นสิ่งสำคัญ หลังจากนั้นไม่นานเวสเกอร์ก็เปิดเผยธาตุแท้ออกมาเมื่อรู้ว่าไวรัสอยู่ในตัวเธอ จนกลายเป็น Uroboros Aheri และโจมตีพวกเขาทั้งสอง แต่ในที่สุดก็เอาชนะมาได้ พวกเขาเปลี่ยนเป้าหมายมายังเวสเกอร์ คริสได้รับวิทยุจากจิลที่อธิบายถึงเวสเกอร์ต้องฉีดเซรุ่มเข้าตัวเพื่อให้ไวรัสที่อยู่ภายในร่างกายเกิดความเสถียรแต่ถ้าให้มากไปเขาจะอ่อนแอลง พวกเขารีบหาขวดที่เอ็กเซลล่าทำตกไว้เพราะในขวดมีเซรุ่มที่พวกเขาต้องการฉีดให้เวสเกอร์ หลังจากที่เริ่มการต่อสู้ คริสและเชว่าสามารถควบคุมสถานการณ์และฉีดเซรุ่มเข้าหน้าอกของเวสเกอร์ทำให้เขาต้องหนีขึ้นเครื่องบิน พวกเขาได้เปรียบจากความอ่อนแอของเวสเกอร์และส่งเขาไปยังห้องเก็บสินค้าแต่ความได้เปรียบก็ต้องหายไปเมื่อเวสเกอร์เกาะขาของเชว่าเพื่อนำเธอลงไปกับเขาด้วย คริสนึกถึงภาพของจิลที่วิ่งเข้ามาในใจแล้วหายไป เขาจำได้ดีเลยว่าเขาต้องฆ่าเวสเกอร์ เขารีบกระโดดไปจับเชว่า เวสเกอร์พยายามให้ทั้งสองตกเครื่องบินไปด้วยกันแต่เชว่ายิงใส่หน้าเขา เครื่องบินเสียการทรงตัวและพุ่งชนกับภูเขาไฟ ทั้งสองรอดจากการชนครั้งนี้แต่ทั้งสองก็ต้องช็อคเมื่อเวสเกอร์ยังมีชีวิตอยู่และกำลังโมโหเป็นไฟ เขาพังมิสไซล์บรรจุไวรัส Uroboros และเริ่มกลายพันธุ์เข้าโจมตีคริสและเชว่า พวกเขาวิ่งหนีแต่หินที่พวกเขาข้ามกลับแตกทำให้พวกเขาต้องแยกจากกัน เชว่าตะโกนบอกคริสให้ไปในที่สูงเพื่อที่จะโจมตีเวสเกอร์ได้ เชว่าตะโกนขอความช่วยเหลือขณะที่เขากำลังผลักหินก้อนใหญ่เพื่่อเปิดทางให้เธอมารวมกลุ่มกับเขาได้ เวสเกอร์ตามพวกเขาไปแต่พวกเขาก็สามารถชนะเวสเกอร์ได้ ขณที่เวสเกอร์ยืนบาดเจ็บอยู่ พื้นที่เขายืนก็แตกทำให้เขาตกไปในลาวา จิลและจอร์ชขับเฮลิคอปเตอร์และโรยบันไดลิงให้ทั้งสองขึ้นมา คริสคว้ามันไว้แล้วให้เชว่าปีนขึ้นไปแต่ก่อนที่คริสจะปีน บริเวณที่เขายืนเริ่มแตก เขาสะดุดแล้วกระโดดจับบันไดด้วยมือเดียว เชว่าและคริสได้รับการช่วยเหลือจากเฮลิคอปเตอร์แต่เวสเกอร์ใช้หนวดเกาะฐานจอดไว้ จิลชี้ไปยัง RPG-7 สองกระบอกที่อยู่ในเฮลิคอปเตอร์ ทั้งสองได้ใช้มันเล็งแล้วยิง หัวรบสองลูกโดนเวสเกอร์ทำให้ในที่สุดความแค้นที่มีต่อกันก็ได้หมดไป

เหตุการณ์ที่อีโดเนีย
"C-Virus จะต้องเป็นสิ่งที่สร้างบรรดาจูอาโว"
ในเดือนธันวาคม 2012 คริส เรดฟิลด์(ตอนนี้ได้รับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ) Piers Nivans พาร์ทเนอร์คนใหม่และลูกทีมประกอบด้วยBen Airhart, Carl Afonso, Finn Macauley และ Andy Walker ถูกส่งไปยังยุโรปตะวันออกประเทศ Edonia ที่มีอาวุธชีวภาพชนิดใหม่รู้จักกันในชื่อ J'avo ซึ่งก่อกบฏท่ามกลางสงครามกลางเมือง Edonian Civil War หลังจากที่วางแผนโจมตี คริสให้กำลังใจฟินน์เด็กใหม่ของกลุ่มก่อนที่จะแยกย้าย

ในที่สุดคริสและทีมของเขาพบกับ Sherry Birkin เจ้าหน้าที่ D.S.O ซึ่งคริสจำได้จากเรื่องที่แคลร์เล่าและ Jake Muller ทหารรับจ้างที่เชอร์รี่ได้รับมอบหมายให้ปกป้อง แต่ถูกขัดจังหวะเมื่อ Ogroman สองตัวเข้ามาโจมตี เมื่อกำจัดสัตว์ประหลาดพร้อมกับทำลายป้อมปืนต่อต้านอากาศยานได้แล้ว ก่อนที่จะจากกันคริสรู้สึกว่าคุ้นเคยกับใบหน้าของเจ๊คแต่เจ๊คกลับตอบกลับด้วยคำกวนประสาทแล้วทีมก็มุ่งไปยังศาลากลาง

เมื่อเข้าไปในศาลากลางพบกับ Chrysalid จำนวนมาก ทีมแยกทางกันโดยคริสไปกับเพียร์สและฟินน์แต่แล้วทั้งสามเจอ Napad หลายตัวและก็จัดการมันได้จนในที่สุดพวกเขาได้พบกับ Carla Radames หญิงในชุดสีน้ำเงินที่บอกว่าตัวเองคือ Ada Wong ซึ่งบอกว่าจูอาโวเป็นอาวุธชีวภาพที่ถูกสร้างจาก C-Virus และองค์กรที่เรียกว่า Neo-Umbrella เป็นผู้สนับสนุนไวรัสให้กบฏ แม้ว่าจะสงสัยแต่คริสก็ให้เธอนำทางออกจากอาคาร แต่โดนล่อมาโดนกับดัก เอด้าตัดขาดคริสกับเพียร์สจากกลุ่มและโยน Needle Bomb ใส่แอนดี้,คาร์ล,เบ็นและฟินน์ทำให้พวกเขาติดเชื้อ

คริสและเพียร์สได้แค่มองแต่ช่วยอะไรไม่ได้ขณะที่ลูกทีมกลายเป็นดักแด้ก่อนที่จะฟักเป็นนาพัดและโจมตีพวกเขา คริสถูกนาพัดซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นฟินน์โจมตีจนศีรษะกระแทกพื้นหมดสติไปและเพียร์สถูกบังคับให้ยิงนาพัดพร้อมกับลากคริสไปด้วยกัน

ความจำเสื่อม
"ฟังนะที่รัก...คุณอยู่ที่นี่เพื่อรินเครื่องดื่มและดูน่ารัก เพียงแต่จะทำเอาอะไรอุดปากคุณดี"
เมื่อสติกลับคืนมาในโรงพยาบาล คริสเป็นPSTDรุนแรงจนไม่สามารถจำได้ว่าเขาเป็นใครหรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ความทรมานจากการสำนึกผิดที่ครอบงำทำให้คริสหนีออกจากโรงพยาบาลก่อนที่จะมาตรวจเขา

หกเดือนผ่านไปที่เขาหวังว่าความเจ็บปวดจะชาลง คริสกลายเป็นคนเจ้าอารมณ์ขี้หงุดหงิดและเป็นขี้เมาดื่มเหล้าหนักอยู่ในโรงแรมและไปบาร์บ่อยๆแถวยุโรปตะวันออกที่ซึ่งบาร์เทนเดอร์หญิงและลูกค้าเรียกเขาว่า"หมาจรจัด" และได้รับชื่อเสียงในฐานะลูกค้าที่เลวที่สุดของบาร์คริสยังหาเงินเพื่อจ่ายค่าเช่าและค่าเหล้าที่บาร์ด้วยการเป็นบอดี้การ์ดขณะที่หกเดือนที่ผ่านมาเพียร์สและบีเอสเอเอทำงานเพื่อตามตัวเขา

ในเดือนมิถุนายน 2013 ตอนนี้เงาตามตัวในอดีตของคริสถูกติดตามโดยเพียร์สในบาร์ที่เขาดั้งด้นไปในที่สุด เมื่อถูกบาร์เทนเดอร์ไล่เขากลับปฎิเสธ ลูกค้าคนอื่นเดินเข้ามาช่วยเธอแต่คริสจะทำร้ายผู้ชายคนนั้นแล้วเกือบจะใช้ขวดฟาดหัวเขาแต่เพียร์สมาห้ามทัน เพียร์สให้เขานั่งที่โต๊ะและบังคับให้คริสเผชิญหน้ากับอดีตด้วยการแสดงภาพลูกทีมที่เสียชีวิตและโศกนาฏกรรมในอีโดเนียซึ่งไม่ได้ผลเท่าไรนักแต่เมื่อคริสจำโลโก้บีเอสเอเอบนแขนเสื้อแจ๊คเก็ตของเพียร์สได้ ลูกค้าทั้งหมดในร้านเผยตัวเองว่าเป็นเจ้าหน้าที่บีเอสเอเอปลอมตัวมา ขณะที่เพียร์สบอกกับคริสว่าคริสอยู่กับเขาและพวกเขาจะพาคริสไปปฏิบัติหน้าที่

เหตุการณ์ที่หลานเชียง
"พยานงั้นหรอ?! อีนั่นมันเป็นคนก่อเรื่องทั้งหมด"
แม้ว่ายังไม่สามารถจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ คริสตกลงที่จะกลับเข้ามาทำงานและถูกส่งไป Lanshiang ซึ่งอยู่ในระหว่างการโจมตีของก่อการร้ายชีวภาพแต่เขาเห็นกลุ่มของดักแด้ในที่สุดคริสจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอีโดเนียได้และจะแก้แค้นเอด้าให้กับการตายของคนของเขา

พวกเขาพบเจ๊คและเชอร์รี่ที่จากกันตั้งแต่อีโดเนียและปกป้องพวกเขาจากฝูงจูอาโว แต่เมื่อเพียร์สบอกว่าพวกเขาน่าจะนำทั้งสองไป คริสบอกว่าภารกิจของพวกเขาคือการกำจัดอาวุธชีวภาพแล้วก็เดินทางต่อไป พวกเขาเข้าไปในบ้านร้างถูกโจมตีโดย Iluzija อาวุธชีวภาพงูตัวใหญ่พร้อมกับความสามารถพรางตัวฆ่าทุกคนในทีมยกเว้นคริส,เพียร์สและ Marco Rose แต่น่าเสียดายที่มาร์โคถูกเอด้ายิงปืนยิงลูกดอกไวรัสทำให้กลายพันธุ์เป็น Gnezdo สถานการณ์บังคับให้คริสและเพีัยซต้องฆ่าเขา

หลังจากนั้นคริสแสดงความไม่พอใจออกมา เพียร์สบอกเขาด้วยความโกรธว่าพวกเขาอาจจะป้องกันคนในทีมได้หากไม่่มุ่งแต่การแก้แค้นและไปไกลถึงโทษคริสว่าลืมภารกิจและสถานะของตนที่เขาเสียใจกับทุกคนที่เสียชีวิตเชื่อในตัวเขา คริสตะคอกเพียร์สก่อนที่จะเดินไปทุบกำแพง เรื่องสิ้นสุดเมื่อเพียร์สบอกว่าเขาดีใจที่ฟินน์ไม่มาเห็นคริสในสภาพนี้ ถึงกระนั้นพวกเขาก็ดำเนินภารกิจกันต่อไป

คริสเผชิญหน้ากับลีออนในจีน
เมื่อเห็นเอด้าอยู่ที่โกดัง คริสและเพียร์สจึงเข้ามาติดตามเธอเช่นเดียวกับ Leon S. Kennedy และ Helena Harper คริสและเพียร์สสามารถต้อนเธอให้จนมุม ลีออนมาภายในเสี้ยววินาทีและห้ามไม่ให้คริสยิงเธอ ผลคือทั้งสองคนสู้กันก่อนที่จะชักปืนขึ้นมา

ลีออนบอกว่าเอด้าคือพยานปากสำคัญและเขาต้องการตัวเป็นๆขณะที่คริสตะโกนว่าเอด้าเป็นผู้บงการเบื้องหลังทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นแต่ลีออนบอกว่าคนที่ทำผิดจริงไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก Derek C. Simmons ที่ปรึกษาส่วนความมั่นคงแห่งชาติ แม้คริสจะบอกว่าเขาเสียลูกน้องเพราะเอด้าแต่ลีออนตอบกลับว่าเขาสูญเสียประชาชน 70,000 รายรวมทั้งประธานาธิบดี Adam Benford เพราะซิมมอนส์และเขาปกป้องเอด้าแม้จะรู้ว่าเอด้าจงรักภักดีกับนีโออัมเบรลล่า

ในช่วงความวุ่นวาย เอด้าใช้ Flash Grenade หนีไป คริสและเพียร์สตามเธอไปแต่ลีออนห้ามคริสและบอกว่าพวกเขาทั้งสองต่างก็มีความต้องการเดียวกัน คริสตัดสินใจหยุดเอด้าให้ลีออนแบะเฮเลนาหยุดซิมมอนส์

คริสและเพียร์สนั่งรถจิ๊บติดปืนกลตามเอด้าไปยังท่าเรือ จัดการขึ้้นเรือบรรทุกเครื่องบินและเอด้าบอกแผนการที่เธอจะทำให้เหตุการณ์ในแร็คคูนซิตี้แพร่ระบาดไปทั่วโลกแต่ในขณะที่เธอกำลังพูดอยู่นั้นคนของซิมมอนส์นั่งเฮลิคอปเตอร์และยิงเธอที่หน้าอกทำให้เธอตกลงไปเสียชีวิต แต่เธอก็ทิ้งกระเป๋าบรรจุหลอดC-Virusสายพันธุ์ปรับแต่ง

คริสและเพียร์สรู้ว่าเรือข้างเคียงติดตั้งขีปนาวุธบรรจุไวรัสในรูปแบบกําซเล็งไปยังแผ่นดินใหญ่ พวกเขาขโมยเครื่องบินไอพ่นโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการยิงขีปนาวุธได้ซึ่งก็มุ่งหน้าไปยังหลานเชียงอย่างรวดเร็วทำให้ประชากรกกลายเป็นซอมบี้ หลังจากนั้นลีออนติดต่อคริสให้ไปช่วยเจ๊คกับเชอร์รี่ที่ถูกขังอยู่ในศูนย์วิจัยใต้น้ำของนีโออัมเบรลล่า ในระหว่างที่คุยกันอยู่คริสตกใจว่าเจ๊คมีแอนติบอดี้C-Virusและเป็นลูกชายของเวสเกอร์

คริสตัดสินใจถอนตัวออกจากภารกิจปัจจุบันเพื่อไปช่วยเจ๊คและเชอร์รี่ที่ศูนย์วิจัยใต้น้ำรวมทั้งส่งผ่านตำแหน่งของเขาให้กับเพียร์ส เมื่อพวกเขาเจอกับทั้งสองคริสบอกเจ๊คว่าเขาคือคนที่ฆ่าพ่อของเจ๊คทำให้เจ๊คชักปืนขึ้นยิงเขา คริสบอกว่าเจ๊คมีสิทธิ์ที่จะยิงเขาแต่เจ๊คยิงคริสให้ไม่โดนและบอกว่ามีสิ่งสำคัญที่เดิมพันมากกว่าชีวิตคนสองคน

แต่ Haos อาวุธชีวภาพที่สามารถแพร่กระจายเชื้อไวรัสไปได้ทั่วโลกแทนที่เอด้าฟักออกมาจากดักแด้และโจมตีพวกเขา เมื่อเจ๊คและเชอร์รี่หนีไปคริสและเพียร์สยังคงอยู่ที่นี่เพื่อหาทางทำลายฮาโอส ในระหว่างการต่อสู้ฮาโอสสร้างความเสียหายกับศูนย์วิจัยและจับคริสไว้ขณะที่เพียร์สได้รับบาดเจ็บสาหัสทำให้แขนขวาพิการ เมื่อไม่มีทางใดช่วยคริสได้ เพียร์สจึงตั้งใจฉีดC-Virusที่ได้มาจากกระเป๋าของเอด้าทำให้เขาสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าได้ซึ่งเขาใช้มันฆ่าฮาโอส คริสมั่นใจว่าเขาและเพียร์สต้องออกไปอย่างปลอดภัยโดยใช้ยานฉุกเฉินแต่เพียร์สรู้ตัวดีว่าเขาจะสูญเสียการควบคุมและกลายพันธุ์โดยสมบูรณ์จึงจงใจผลักคริสให้อยู่ในยานคนเดียวส่วนตัวเขาจะตายไปพรอมกับศูนย์วิจัยที่กำลังถล่ม คริสได้แต่ร้องเรียกเพียร์สให้เปิดประตูแต่ก็ไร้ผลจนกระทั่งยานดีดตัวออกไป

แต่ฮาโอสฟื้นตัวเองและมาโจมตียานของคริสในน้ำ มันถูกกระแสไฟของเพียร์สดูดและระเบิดก่อนที่ศูนย์วิจัยจะระเบิด เช้าวันต่อมาคริสได้รับการช่วยเหลือโดยบีเอสเอเอและตัดสินใจที่จะอยู่กับบีเอสเอเอต่อไปเพื่อเป็นเกียรติแก่เพียร์สที่อยู่ในความทรงจำของเขา