หน้าเว็บ

Jill Valentine

"แกอยากได้หน่วยสตาร์ งั้นเอาดาวไปวนบนหัวแล้วกัน"
วันที่เกิด : 1974
เพศ : หญิง
หมู่เลือด : B
ส่วนสูง : 172 เซนติเมตร
น้ำหนัก : 56 กิโลกรัม
อาชีพ : อดีตเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกองกำลังพิเศษเดลต้า
         : อดีตพลแม่นปืนระวังหลังหน่วยสตาร์ทีมอัลฟ่า
         : Private Regional Biohazard Containment
           Unit
         : เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษของ
กองกำลังผสม
           เฝ้าระวังภัยก่อการร้ายทางอาวุธชีวภาพ
สถานะ: ยังมีชีวิตอยู่
Jill Valentine เป็น Special Operation Agent ขององค์กร Bioterrorism Security Assessment Aliance ซึ่งเธอเป็นสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งในสมาชิกผู้ก่อตั้งทั้งสิบเอ็ดคนทำให้เธอได้รับความนับถืและมีตำแหน่งสูงในองค์กร

ประวัติโดยสังเขป

เธอเคยเป็นสมาชิกของหน่วย S.T.A.R.S. Alpha Team ตำแหน่งพลระวังหลัง ก่อนที่เธอจะสมัครหน่วยสตาร์ เธอเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการฝึกอบรมกองกำลังเดลต้าฟอร์ซของกองทัพบกสหรัฐซึ่งเธอได้รับคะแนนสูงมากในวิชากู้วัตถุระเบิด เธอเข้าสมัครหน่วยสตาร์เพื่อพัฒนาทักษะการต่อสู้ให้ก้าวหน้า ในเดือนกรกฎาคม 1998 เธอเป็นหน่วยสตาร์ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ Mansion Incident และสองเดือนตอ่มาก็เกิดเหตุการณ์ Raccoon City Outbreak เธอเป็นคู่หูกับ Chris Redfield มานานมากและทำให้สนิทกัน เธอเอาเวลาวัยผู้ใหญ่เกือบทั้งหมดไปกับการหยุดยั้ง ในปี 2003 เธอเป็นสมาชิกขององค์กร Private Regional Biohazard Containment Unit จิลทำให้ Umbrella ต้องล่มสลายหลังจากที่เธอกับคริสบุกเข้าไปใน Umbrella Caucasus Research Facility

ชีวประวัติ
เหตุการณ์ในแมนชั่น

คำเตือน: บทความนี้จากเกม Resident Evil เนื้อเรื่องของจิล วาเลนไทน์ อาจไม่ตรงกับเนื้อเรื่องหลัก

"เวสเกอร์... แกมันน่าสมเพช"

จิลในเหตุการณ์ที่แมนชั่น
ในคืนวันที่ 23 กรกฎาคม 1998 หน่วยสตาร์ Bravo Team ถูกส่งไปหาหลักฐานคดีฆาตกรรมอันสยดสยองเกี่ยวกับการกินคนที่ Arklay Mountain บริเวณชานเมือง Raccoon City ทีมอัลฟาถูกส่งตามไปเพื่อตามหาทีมบราโวหลังจากขาดการติดต่อมาหนึ่งวัน เมื่อบินมาถึงที่เกิดเหตุพวกเขาพบกับควันซึ่งมาจากเฮลิคอปเตอร์ของทีมบราโวที่พวกเขาพบกับศพที่ถูกขย้ำของ Kevin Dooley นักบินทีมบราโว หลังจากนั้นไม่นาน Forest Speyer ถูก Cerberus รุมฉีกเป็นชิ้นๆ เธออยู่ในเหตุการณ์นั้นแต่เธอกำลังช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า คริสฉุดเธอหนีจากฝูงเคอร์เบอรอสที่ไล่กวดมาโดยมี Barry Burton และ Albert Wesker ยิงคุ้มกัน Brad Vickers เกิดความหวาดกลัวจึงขับเฮลิคอปเตอร์หนีไปทิ้งให้สมาชิกที่เหลือเข้าหลบใน Spencer Estate

เมื่อเข้ามาในแมนชั่น คริสวิ่งไปตามเสียงปืนที่ได้ยิน จิลและแบรี่ก็เป็นคู่หูไปสำรวจแมนชั่นด้วยกัน เธอต้องพบกับประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเธอไปตลอดกาล เธอเข้าไปในห้องอาหารกับแบรี่และทำการสำรวจ แบร่พบกองเลือดสดๆ เธอออกไปสำรวจที่ระเบียงต้องพบกับ Zombie ที่กำลังกินศพอยู่ เธอวิ่งมาหาแบรี่และเขาก็จัดการมันด้วยการยิงมันถึงสามนัด พวกเขามาที่โถงกลางเพื่อตามหาเวสเกอร์แต่ก็ไม่พบ ที่นั่นแบรี่ได้มอบ Lockpick ให้กับเธอและทั้งสองก็แยกย้าย จิลออกไปสำรวจตามทางแต่ก็ต้องเจอกับซอมบี้ เมื่อสำรวจในห้องน้ำ ซอมบี้ก็โผล่ออกมาจากอ่างอาบน้ำ เธอเหยียบที่หัวมันแต่ทนกลิ่นสะอิดสะเอียนไม่ไหวจนต้องไปอาเจียนกับโถส้วม

ต้องเดินอยู่ภายในแมนชั่นที่เต็มไปด้วยความลับและปริศนา เธอพบกับซอมบี้อยู่หลายครั้งและเกือบเอาชีวิตไม่รอดกับกับดักเพดานที่เลื่อนลงมาทับแต่แบรี่ก็มาช่วยไว้ได้ทันและทั้งสองก็แยกย้ายกันสำรวจต่อ เธอต้องยิงฟอร์เรสที่กลายเป็นซอมบี้ หลังจากนั้นเธอก็ได้พบกับ Richard Aiken ที่ทางเดินซึ่งเขาถูก Yawn กัด ริชาร์ดได้มอบวิทยุคลื่นระยะสั้นให้กับจิล จิลอาสาไปเอาเซรุ่มมาแก้พิษงู เมื่อรักษาแล้วเธอก็สำรวจต่อจนมาพบกับงูยักษ์ยอว์ ริชาร์ดวิ่งเข้ามาใช้ Benelli M4 Super 90 ยิงมันทำให้มันนล่าถอย แต่มันก็กลับมาฉวยโอกาสจะโจมตีพวกเขา ริชาร์ดผลักจิลออกไปและเขาก็โดนมันกิน แต่จิลก็สู้กับมันยิงมันจนล่าถอยไป

เธอได้พบกับเวสเกอร์ซึ่งเขาสั่งให้เธอไปสำรวจข้างนอก ขณะที่สำรวจอยู่นั้น แบรดก็ติดต่อเข้ามาทางวิทยุคลื่นสั้นแต่วิทยุกลับเสียทำให้ติดต่อกันไม่ได้ เธอเข้ามาสำรวจข้างในแมนชั่นต่อ เธอเจอยอว์ในห้องสมุดและเธอก็สังหารมันได้ เธอเข้าไปใน Cave Of Hatred ที่เธอได้พบกับ Enrico Marini ซึ่งบาดเจ็บ เขาได้บอกความลับว่าใสหน่วยมีคนทำงานให้กับอัมเบรลล่า เมื่อเขาพูดจบก็มีกระสุนลึกลับพุ่งตรงมาที่เขาทำให้เขาเสียชีวิต เธอพบกับแบรี่และลงลิฟต์ด้วยกัน แบรี่บอกให้เธอสำรวจบริเวณรอบๆ แต่เธอถูกหลอก เมื่อเธอกลับมายังลิฟต์ เขาก็กดลิฟต์ขึ้นไปเสียแล้ว

ต่อมาเธอก็พบกับแบรี่อีกครั้งที่ Cottage ซึ่งมีหลุมศพตั้งตระหง่านอยู่ แบรี่หันหลังมาจะใช้ปืนจ่อจิลแต่จิลหักมือเขาและคว้าปืนมาจ่อเขาเสียเอง ทันใดนั้น Lisa Trevor ก็โผล่ออกมา แบรี่บอกจิลให้ส่งปืนมาก่อนที่จะไม่ทันการ แม้เธอจะไม่เต็มใจแต่ก็ส่งปืนไปให้แบรี่ยิงลิซ่า แบรี่คอยยิงคุ้มกันเธอส่วนเธอต้องแก้ปริศนาหลุมศพ เมื่อเธอแก้ได้หลุมศพก็เปิดขึ้น ลิซ่าหยิบหัวกระโหลกของ Jessica Trevor และกระโดดลงเหวพร้อมกับเสียงกรีดร้อง

ในที่สุดเธอก็เข้าำไปใน Arklay Research Facility พร้อมกับแบรี่ เธอพบว่าคริสถูกขังอยู่ในคุก เธอขอเวลาซํกครู่หนึ่งแล้วจะมาช่วยเขาออกจากคุก ทั้งสองพบกับเวสเกอร์และแบรี่ก็ใช้ปืนจ่อหัวจิลแล้วแบรี่ก็จากไป เวสเกอร์ใช้ปืนตบจิลและเล่าความจริงทั้งหมดว่าเขาเป็นสายของอัมเบรลล่าและแบรี่ถูกใช้เพราะถ้าไม่ทำตามครอบครัวของเขาจะเป็นอันตรายรวมถึงการให้หน่วยสตาร์มายังที่นี่ก็เพื่อเก็บข้อมูลการต่อสู้ของอาวุธชีวภาพ เวสเกอร์ยังปลุก T-002 ให้ตื่นขึ้น และเขาจะฆ่าจิลซะเดี๋ยวนั้นแต่แบรี่กลับมาพร้อมกับยิงที่มือเวสเกอร์และยิงที่ไหล่จนเขาล้มลงไป การหยุดยั้งไทแรนท์ก็ไม่อาจเป็นผลได้อีก มันกระแทกกระจกออกมาพร้อมกับตบเวสเกอร์จนล้มลงไปและมันก็ตบแบรี่จนสลบ จิลยิงมันจนมันล้มนอนลงกับพื้นและไปช่วยแบรี่แต่ทั้งจิลและแบรี่ก็ตกใจเมื่อเวสเกอร์ได้หายตัวไปแล้ว แล้วทั้งคู่ก็มาช่วยคริสออกจากคุก

หลังจากนั้น แบรดก็ติดต่อจิลมาว่าจะมารับพวกเขากลับไป แต่ไม่นานศูนย์วิจัยก็เปิดระบบทำลายตัวเองภายในสามนาที ขณะที่กำลังจะขึ้นไปบนดาดฟ้า เสีัยงของไทแรนท์ก็กึกก้องตามทางเดิน แบรี่และคริสอาสาถ่วงเวลาให้จิลไปที่ดาดฟ้าจุดพลุเรียกแบรด คริสและแบรี่ขึ้นมาทันเวลาแต่ไทแรนท์ก็ไม่วายที่จะตามมา มันตบคริสจนสลบ แบรี่และจิลจึงสู้กับไทแรนท์อยู่สองคน แบรดโยน M202A1 Flash Rocket Launcher ให้จิลใช้ยิงมันจนแหลกเป็นจุล

ทั้งหมดขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่แบรดขับมารับพวกเขาและหนีทันก่อนที่แมนชั่นจะทำลายตัวเอง

การหนีครั้งสุดท้ายในแร็คคูนซิตี้

"นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของแร็คคูนซิตี้... และเป็นโอกาสสุดท้ายของฉัน... เป็นการหนีครั้งสุดท้าย"

จิลในเหตุการณ์ระบาดแร็คคูนซิตี้
หลังจากที่พวกเขากลับมายังแร็คคูนซิตี้ คำร้องของหน่วยสตาร์ที่ว่าด้วยการสืบสวนกิจกรรมของอัมเบรลล่าถูกผู้การ Brian Iron ผู้บัญชาการ Raccoon City Police Department ปฏิเสธ คริส แบรี่ จิล และ Rebecca Chambers ตัดสินใจไปสืบเรื่องราวของอัมเบรลล่าที่ยุโรปด้วยจนเองโดยไม่มีความสนับสนุึนจากรัฐบาลสหรัฐ คริสมุ่งหน้าไปยังยุโรปก่อนในสิ้นเดือนสิงหาคมขณะที่แบรี่พาครอบครัวไปซ่อนที่แคนาดาแต่จิลตัดสินใจอยู่ในแร็คคูนซิตี้เพื่อสืบเบาะแสของ Raccoon City Underground Research Facility ก่อนที่จะไปสมทบที่ยุโรป

หลังจากเหตุการณ์ในแมนชั่นได้สองเดือน การสืบเบาะแสของเธอก็ต้องยกเลิกกลางคันเพราะเกิดการระบาดของ T-Virus ใน Raccoon City ในคืนของวันที่ 27 กันยายน เธอหนีออกทางด้านหลังของอพาร์ตเมนท์ไปยังบ้านพักใน Warehouse ร้างซึ่งเธอได้พบกับ Dario Rosso นักประพันธ์ที่สูญเสียลูกสาวที่เป็นผีดิบ จิลพยายามเกลี้ยกล่อมดาริโอให้หนีไปกับเธอแต่เขาปฏิเสธที่จะออกไปเผชิญหน้ากับซอมบี้หลังจากนั้นเขาขังตัวเองอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์รอคอยเวลาตายที่จะมาถึง

ขณะที่หาทางนี้ในเขตตอนบน (Uptown) ของแร็คคูนซิตี้ เธอพบกับแบรด เพื่อนร่วมหน่วยใน Jack's Bar ซึ่งถูกกัดต่อหน้าเธอ แบรดเตือนเธอเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดที่เขาพึ่งจะเจอและหนีมา เขายังบอกอีกว่ามันกำลังตามล่าหน่วยสตาร์อยู่ ขณะที่เธอกำลังเดินทางไปกรมตำรวจ เธอพบกับแบรดซึ่งอยู่ในมือของ Nemesis T-02 สัตว์ประหลาดที่แบรดเตือนไว้ก่อนหน้านี้

จิลต่อสู้กับเนเมซิสก่อนที่จะหนีเข้าไปในกรมตำรวจ เธอสำรวจห้องหับต่างๆของกรมตำรวจเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เธอพบผู้การ Marvin Branagh ที่ปีกขวาซึ่งเขาสลบอยู่แต่เธอกลับเข้าใจผิดว่าเขาตายแล้ว เธอได้รับกุญแจ Raccoon City Hall จากห้องพิสูจน์หลักฐาน เธอใช้กุญแจออฟฟิิตหน่วยสตาร์ซึ่งเป็นบัตรคีย์การ์ดของแบรดซึ่งพบจากศพของเขาหรือบัตรคีย์การ์ดของเธอซึ่งพบในห้องปฏิบัติการปีกตะวันตก เธอมุ่งหน้าไปปยังชั้นสองของปีกตะวันตกเพื่อเปิดห้องออฟฟิตหน่วยสตาร์ ที่ห้องออฟฟิตหน่วยสตาร์ เธอหยิบกุญแจผีของเธอและเธอได้รับข้อความเสียงจากชายที่ชื่อว่า Carlos Oliveira ซึ่งขาดการติดต่อกับหน่วยของเขา ขณะที่เตรียมตัวออก เนเมซิสก็พังหน้าต่างเข้ามา จิลต้องสู้กับมันและวิ่งกลับมาที่ออฟฟิตแต่มาร์วินหายไปอย่างไร้ร่องรอยและศพของแบรดก็หายไปเช่นกัน จิลหนีออกจากกรมตำรวจและไปตามหาคาลอส

จิลวิ่งหนีเนเมซิส เธอมุ่งหน้าไปยัง Downtown ของแร็คคูนซิตี้ซึ่งเธอพบศพของทหารรับจ้างอยุ่เป็นจุดๆ เธอได้เจอกับคาลอส โอลิเวียร่า ทหารรับจ้างของ Umbrella Biohazard Countermeasure Service ซึ่งจุดที่พบกันอาจจะเป็นร้านอาหาร Grilled 13 หรือโรงพิมพ์ Raccoon City Press จนในที่สุดเธอก็เปิดประตู Raccoon City Hall ที่ถูกพวกผีดิบบุกเข้ามาและมุ่งหน้าต่อไปยังสถานีรถรางที่ซึ่งเธอได้พบกับคาลอสที่อยู่กับ Nicholai Zinoviev และ Mikhail Victor

นิโคไลบอกว่าจะใช้รถรางพาไปยังย่านกลางเมืองเพื่อรอเฮลิคอปเตอร์อย่างปลอดภัยแต่เขาก็ไม่ไว้ใจจิลเท่าไรนักด้วยเหตุผลบางประการ แผนการของนิโคไลยังเริ่มไม่ได้เพราะรถรางไม่ทำงานเนื่องจากขาดปัจจัยสำคัญไปอันได้แก่ สายไฟ ฟิวส์ และน้ำมััน เธอจึงเข้าไปในเมืองเพื่อตามหาสิ่งนั้นจนไปถึงที่ Stagla Gas Station ที่ซึ่งเธอได้พบกับเนเมซิสอีกครั้งเข้าไปในสำนักงานขายของอัมเบรลล่าซึ่งเธอต้องพบกับเรื่องเศร้าของ Murphy Seeker ทหารรับจ้างหน่วยยูบีซีเอสซึ่งติดเชื้อ เขาให้เพื่อนเขาฆ่าเขาเองในนาทีนั้นหลังจากที่จิลเข้ามาในสำนักงาน

จิลเข้ามาในโกดังอีกครั้งเพื่อมาดูดาริโอซึ่งเธอพบเขานอนตายอยู่ใกล้ๆซอมบี้ซึ่งน่าจะมาตอนบุกโกดัง จิลกลับไปที่รถรางและซ่อมเครื่องยนต์ มันกลับมาใช้ได้อีกครั้งและพาพวกเขามุ่งหน้าไปยัง Saint Michael Clock Tower

ทันใดนั้นเอง เนเมซิสตามพวกเขามาและเริ่มการโจมตี มิคาอิลสละชีวิตระเบิดตัวเองไปพร้อมกับเนเมซิสเพื่อช่วยจิลกับคาลอสและรถก็ตกราง หลังจากที่รถตกรางแล้ว จิลและคาลอสหนีไปยังหอนาฬิกาเซนต์ไมเคิล ทุกคนสันนิษฐานว่านิโคไลตายไปแล้วตอนเกิดอุบัติเหตุ จิลเข้าไปซ่อนในหอนาฬิกาขณะหนีเนเมซิสและมองหาคาลอส เธอจัดการซ่อมนาฬิกาของหอเพื่อส่งสัญญาณให้เฮลิคอปเตอร์มาช่วยแต่เนเมซิสก็ปรากฎตัวขึ้นและยิงเฮลิคอปเตอร์ด้วย Rocket Launcher

จิลต้องเผชิญกับเนเมซิสอีกครั้งที่หน้าหอนาฬิกาซึ่งเธอติดเชื้อหลังจากถูกมันใช้หนวดทำร้าย คาลอสเข้าช่วยจิลในการต่อสู้แต่เขาก็แพ้มันแล้วสลบไป จิลใช้พลังทั้งหมดเอาชนะเนเมซิสก่อนที่จะสลบไป คาลอสตื่นขึ้นและพบว่าเธอสลบ คาลอสพาตัวจิลมายังโบสถ์ของหอนาฬิกาซึ่งตัวเธอเองก็มีอาการโคม่า

จิลสลบไปในช่วงวันที่ 28 ถึง 30 กันยายน คาลอสคอยคุ้มกันเธอขณะที่เธอสลบอยู่ หนึ่งชี่วโมงก่อนวันที่ 1 ตุลาคม จิลได้สติขึ้นมาและบอกคาลอสว่าเธอติดเชื้อไวรัส คาลอสค้นหาไวรัสให้กับจิลซึ่งเธอกำลังจะเป็นผีดิบ เธอยังบอกคาลอสว่าถ้าเธอกลายเป็นซอมบี้เขาจะต้องไม่ลังเลที่จะฆ่าเธอ หลังจากที่เขากลับมาจาก Raccoon General Hospital เพื่อหา Vaccine จิลได้รับวัคซีนซึ่งรักษาเธอได้อย่างเต็มที่ คาลอสเตือนเธอว่านิโคไลยังมีชีวิตอยู่และไม่ควรไว้ใจเขา เธอก็หาทางหนีต่อไป

ต่อมาพวกเขาได้พบโรงงานร้างของอัมเบรลล่าที่มีชื่อว่า P-12A Incinerator Facility ที่ซ่อนอยู่หลัง Raccoon Park ที่นั่นเธอได้พบกับนิโคไลเป็นครั้งสุดท้ายและพบกับเนเมซิสอีกครั้ง คาลอสส่งวิทยุมาเตือนว่าแร็คคูนซิตี้จะถูกระเบิดปรมาณูถล่ม ขณะที่เธอหนีแทยตายเธอต้องสู้กับเนเมซิสที่กลายพันธุ์เป็นก้อนเนื้อแต่ก็เป็นครั้งสุดท้ายที่สู้กับมันและเธอก็ทำลายมันได้ด้วยอาวุธที่ปกปอดเป็นความลับซึ่งถูกส่งมาที่นี่ไม่กี่วันก่อน จิลและคาลอสหนีขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่แบรี่ เบอร์ตันเป็นผู้ขับหลังจากที่เขากลับมาจากพาครอบครัวหนีไปแคนาดา จิลเห็นสภาพเมืองแร็คคูนซิตี้ที่ถูกถล่มโดยคำสั่งของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการชื่อว่า Mission Code XX จิลและแบรี่เข้าร่วมกิจกรรมและกลุ่มต่อต้านอัมเบรลล่าจนกระทั่งอัมเบรลล่าล่มสลาย

การล่มสลายของอัมเบรลล่า

"จุดจบของอัมเบรลล่าขึ้นอยู่กับเวลาแล้วสินะ"

จิลในการบุกศูนย์วิจัยอัมเบรลล่าที่รัสเซีย
ในปี 2003 เธอมุ่งเป้าหมายชีวิตอยู่กับแต่การทำลายอัมเบรลล่าให้เป็นผุยผง เธอและคริสกลับมาเป็นคู่หูร่วมงานอีกครั้งหนึ่งและเข้าร่วมกับองค์กรต่อต้านการก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพ พวกเขขาถูกส่งไปยังศูนย์วิจัยที่เทือกเขาคอเคซํสในรัสเซีย พวกเขาโจมตีศูนย์วิจัยอย่างเต็มรูปแบบ ทำลายอาวุธชีวภาพที่ถูกเก็บไว้และต้องคอยหลบเลี่ยงกับดักที่อยู่ภายใน

พวกเจากรุยทางผจญฝ่าอันตรายภายในศูนย์วิจัยจนในที่สุดพวกเขาก็ไดเผชิญหน้ากับอาวุธชีวภาพชนิดใหม่ที่มีรหัสว่า T-A.L.O.S พลเอก Sergei Vladimir ประกาศว่าเขาเป็นผู้สร้างมัน เขาขังคริสและจิลในห้องขังทาลอสและเปิดการทำงานมัน ในเมื่อไม่มีทางเลือกก็ต้องปะทะกับมัน พวกเขาได้ชัยต่ออาวุธชีวภาพรุ่นใหม่ของอัมเบรลล่าถือเป็นจุดจบของบริษัทยานานาชาติดังกล่าว คริสและจิลไม่ค่อยจะมีความสุขกับงานฉลองการล่มสลายของอัมเบรลล่าหลังจากหนีออกมาจากศูนย์วิจัย พวกเขเชื่อว่าเวสเกอร์เริ่มอันตรายกับโลกมากขึ้นทุกที อัมเบรลล่าถึงคราวตกต่ำและปิดตัวลง จิลและคริสกลายเป็นคู่หูตลอดมาและพยายามก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพสิ้นสุดลง

แผนการของ Il Vetro

ในปี 2004 Terragrigia ถูกทำลายโดยดาวเทียมของ F.B.C. ที่มีชื่อว่า Regia Solis หลังจากเกิดการระบาดอย่างหนักซึ่งเมืองถูกก่อวินาศกรรมโดยองค์กรที่มีชื่อว่า Il Vetro ในปี 2005 มีซากศพลึกลับปรากฎขึ้นใกล้กับซากเมืองเทอร์รากริเจีย จิลและ Parker Luciani ถูกส่งไปตามคำสั่งของ Clive R. O'Brian ผู้อำนวยการองค์กรป้องกันและประเมินสถานการณ์ภัยก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพซึ่งพวกเขาได้พบกับเขตหวงห้ามบนชายหาดใกล้กับซากเมืองเทอร์รากริเจีย หลังจากที่พวกเขาเสร็จสิ้นภารกิจ โอไบรอันแจ้งว่าคริส เรดฟิลด์และ Jessica Sherawat เจ้าหน้าที่บีเอสเอเอหายตัวไประหว่างปฏิบัติภารกิจ ที่สุดท้ายที่ทราบคือที่ไหนสักแห่งในทะเลเมดิเตอเรเนียน

จิลในปี 2005 เมื่อขึ่นเรือควีนซีโนเบีย
จิลและปาร์คเกอร์พบเรือสำราญที่มีชื่อว่า Queen Zenobia และขึ้นไปบนเรือซึ่งเรือลำนี้เป็นพิกัดสุดท้ายที่รายงานก่อนที่พวกเขาจะขาดการติดต่อไปก็คาดว่าพวกเขาอยู่บนเรือลำนี้ เมื่อขึ้นมาบนเรือก็ต้องพบกับศพและอาวุธชีวภาพสายพันธุ์ใหม่ จิลตัดสินใจหาคริสด้วยตัวเองทิ้งปาร์คเกอร์ที่สำรวจให้แน่ใจว่าอาวุธชีวภาพถูกพวกเขาฆ่าตายแล้ว ต่อมาเธอพบห้องหนึ่งที่มีชายลักษณะคล้ายคริสถูกมัดและต่อมาก็รายงานให้กับปาร์คเกอร์ทราบหลังจากนั้นก็เริ่มค้นหากุญแจของห้องดังกล่าว ระหว่้างทางเธอถูก Ooze สองตัวโจมตีและมันฆ่าผู้หญิงคนหนึ่ง(ซึ่งนั่นคือ Rachael Foley เจ้าหน้าที่คณะกรรมธิการป้องกันภัยก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพ)พร้อมกับดูดน้ำในตัวเธอไป

ในขณะที่เธอไม่สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ได้เลย เธอก็พบกับกุญแจห้องลูกเรือจากศพและมุ่งหน้าไปยังห้องที่เธอเจอคริส เธอพบปาร์คเกอร์ที่นั่นและก็พบว่านั่นเป็นเพียงแค่หุ่นที่มีลัแกษณะคล้ายคริส ทันใดนั้นก็มีก๊าซเข้ามาในห้องทำให้จิลและปาร์คเกอร์หมดสติ เมื่อตื่นขึ้นมาจิลพบว่าเธอแยกกับปาร์คเกอรฺ์และดูเหมือนว่าผู้โดยสารอยู่ที่ส่วนล่างของเรือ ทั้งสองรู้ว่าอาวุธของพวกเขาถูกริบไปและต้องไปเอากลับคืนมา ดูเหมือนว่าอูสจะผ่านห้องโถงและห้องพักในหลายส่วนของที่พักผู้โดยสารทำให้พวกเขาต้องหลบและวิ่งหนีมัน

เมื่อพวกเขากลับมาเจอกันอีกครั้ง ปาร์คเกอร์ก็มอบ B.O.W. Decoy เพื่อหันเหความสนใจของอูสในระหว่างทางไปยังห้องที่้เก็บอาวุธของพวกเขา เมื่อปาร์คเกอร์และจิลได้รับอาวุธคืนเป้าหมายต่อไปคือการทุ่งหน้าสู่สะพานเรือ แต่เมื่อพวกเขาถึงสะพานเรือแล้วกลับพบว่าระบบสื่อสารถูกตัดขาด พวกเขาพบกับ Raymond Vester เจ้าหน้าที่คณะกรรมธิการป้องกันภัยก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพซึ่งอยู่บนเรือ หลังจากที่พูดคุยกันสั้นๆเขาก็จากไป ทั้งสองหยิบกุญแจพวงมาลัยแล้วมุ่งหน้าไปยังห้องติดต่อฉุกเฉินที่ตั้งอยู่ที่โถงใหญ่ เมื่อจิลและปาร์คเกอร์มาถึงห้องสื่อสารฉุกเฉินซึ่งต้องใช้กุญแจที่อยู่ในมือของเจ้าหน้าที่สื่อสารของเรือซึ่งทิ้งโน๊ตข้างห้องสื่อสารฉุกเฉินระบุว่าเขาอยู่ที่ดาดฟ้าเดินเล่นที่ซึ่งมีอาหารและผู้รอดชีวิตควรจะไปที่นั่นด้วย

จิลและปาร์คเกอร์มุ่งหน้าไปยังดาดฟ้าซึ่งเต็มไปด้วยอูสและเจ้าหน้าที่สื่อสารกลายเป็นก้อนเนื้อขนาดยักษ์ที่มีกงจักรชื่อว่า Scagdead หลังจากที่เอาชนะสแคกเดด ทั้งสองก็ได้รับกุญแจห่วงชูชีพจากซากของสแคกเดดและเดินกลับไปยังห้องสื่อสารฉุกเฉิน เมื่อเข้ามาถึงก็พบกับเรย์มอนด์ซึ่งบอกว่าพวกเขามาช้าเกินไปแล้ววิดิโอก็แสดงภาพของ Jack Norman ผู้นำอิลเวลโทรเท T-Abyss Virus ลงในตู้ที่เต็มไปด้วยปลาเปลี่ยนพวกมันกลายเป็นอาวุธชีวภาพ

หลังจากนั้นจิลและปาร์คเกอร์ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนในที่สุดพวกเขาก็ได้พบกับคริสและเจสสิกาซึ่งอยู่หน้าพวกเวลโทรที่กลายเป็นเรย์มอนด์ปลอมตัวมา ทันทีที่พวกเขาได้พบกันจิลและคริสลงไปสำรวจห้องทดลองด้านล่าง เมื่อจิลพบว่าการวิจัยไวรัสที-อบิสส์รั่วไหลลงน้ำที่ท่วม เธอฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสและว่ายน้ำไป เธอรู้เรื่องราวที่แท้จริงว่ามอร์แกนมีส่วนพัวพันกับเวลโทร เธอกลับมาหาคริสอีกครั้งและหาทางออกจากเรือซีโนเบียเมื่อมอร์แกนวางแผนที่จะทำลายหลักฐานไปพร้อมกับเรือ พวกเขาพบว่าปาร์คเกอร์ได้รับบาดเจ็บจากเจสสิกาซึ่งทำร้ายเขาและเปิดเผยตัวเองว่าทำงานให้กับมอร์แกน จิลพยายามเข้าไปหาเขาแต่ซากของเรือทำให้ปาร์คเกอร์ตกลงไปจนคริสและจิลคิดว่าเขาตายแล้ว พวกเขาหนีออกมาจากเรือควีนซีโนเบียโดยได้รับความช่วยเหลือจาก Kirk Mathison และมุ่งหน้าไปยัง Queen Dido เพื่อหาหลักฐานมัดตัวมอร์แกน พวกเขาพบนอร์แมนที่ต้องการแก้แค้นมอร์แกนที่ใช้พวกเขาทำตามเป้าหมายของตัวเอง เขาฉีดไวรัสเข้าสู่ร่างกายและต่อสู้กับทั้งสองในร่างของสัตว์นประหลาดแล้วในที่สุดก็ถูกพวกเขาสังหาร ทั้งสองหาวิดิโอหลักฐานเกี่ยวกับมอร์แกนและอัพโหลดขึ้นบีเอสเอเอ

หายไปอย่างไร้ร่องรอย

"มันเหมือนกับพาย้อนอดีตเลยเนอะ"

จิลในเครื่องแบบB.S.A.A. ตามล่าหาสเปนเซอร์
หลังจากการล่มสลายของอัมเบรลล่า บริษัทคู่แข่งและกลุ่มก่อการร้ายเข้ามาซื้ออาวุธชีวภาพในตลาดมืด การล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ในแอฟริกาด้วยอาวุธชีวภาพก็มีอัตนาสูงขึ้นทำให้คริสและจิลได้้ร่วมก่อตั้งองค์กรบีเอสเอเอเพื่อต่อต้านการก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพทั่วโลกและเพื่อตามหาตัวเวสเกอร์

ในปี 2006 หลังจากได้รับข้อมูลที่อยู่ของ Ozwell E. Spencer หนึ่งในผู้ก่อตั้งของอัมเบรลล่าจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ คริสและจิงมุ่งหน้าไปจับกุมเขาที่คฤหาสน์ในยุโรป เมื่อมาถึงยังคฤหาสน์ของสเปนเซอร์ ทั้งสองพบกับศพบอดี้การ์ดของสเปนเซอร์ซึ่งถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมโดยการทำร้ายแบบใช้กำลังกาย Spencer Estate เหมือนกับแมนชั่นในเทือกเขาอาร์คเลย์ พวกเขาต้องเจอกับกับดักและปริศนาต่างๆรวมถึงศัตรูตัวฉกาจอย่าง Guardian Of Insanity ซึ่งมีจำนวนมากมาย ทั้งสองแยกกันเป็นเวลาสั้นๆหลังจากตกสะพานหินลงไปยังท่อระบายน้ำใต้คฤหาสน์ ภายหลังก็ได้พบกันอีกครั้งและบุกเข้าไปในห้องสมุดของสเปนเซอร์

แต่ก็ต้องตกใจไม่เพียงแต่ชายแก่จะนอนตายอยู่บนพื้นแล้วยังต้องเจอกับเวสเกอร์ ทั้งสองเปิดฉากยิงแต่เวสเกอร์ก็ใช้พลังเหนือมนุษย์ล้มทั้งคู่อย่างง่ายดาย เวสเกอร์บีบคอคริส จิลกระแทกเวสเกอร์จนต้องปล่อยคริสและทั้งเวสเกอร์และจิลตกลงเหวไปด้วยกัน บิเอสเอเอดำเนินการค้นหาศพแต่ก็ไม่พบทั้งศพของจิลและเวสเกอร์และประกาศว่าทั้งสองได้เสียชีวิตในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2006

ตัวอย่างการทดลอง

จิลถูกแช่แข็งในตู้กระจกทดลอง
จิลยังไม่ตายแต่เธอได้รับบาดเจ็บสาหัส เวสเกอร์แช่แข็งเธอเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ เขาวางแผนแก้แค้นคริวโดยใช้จิลเป็นหนูทดลอง Uroboros Virus เครื่องวัดคลื่นหัวใจบ่งบอกว่าบางอย่างในร่างกายเธอมีบางอย่างไม่ปกติ เวสเกอร์เกิดความอยากรู้ เขาตรวจสอบเพิ่มเติมจนได้พบว่าT-Virusยังกลายพันธุ์อยู่ในร่างกายของเธอซึ่งอยู่ในร่างกายเธอตอนติดเชื้อจากเนเมซิสในแร็คคูนซิตี้ วัคซีนที่เธอได้รับจากคาลอสน่าจะฆ่าไวรัสทั้งหมดในร่างกายแต่ไวรัสกลับแผงอยู่ไม่เจริญเติบโต เธอหลับอย่างยาวนานในตู้แช่แข็งเพื่อทำให้ไวรัสทำงานอีกครั้งแต่หลังจากทำให้ไวรัสทำงานอีกครั้ง T-Virusในก็หายไปจากร่างกายของเธอ เวสเกอร์ก็พบว่าร่างกายของจิลมีแอนติบอดี้ที่แข็งแรงสามารถต่อสู้กับไวรัสได้

เวลาที่ผ่านมาหลายปีทำให้ไวรัสในร่างกายเธอบีบบังคับให้ร่างกายพัฒนาระบบภูมิคุ้มกัน การค้นพบนี้ทำให้เวสเกอร์ทะเยอทะยานพัฒนาไวรัสอูโรโบรอส ไวรัสอูโรโบรอสผลิตมาจากดอกไม้ชื่อว่า Stairway To The Sun ซึ่งมีพิษรุนแรงต่อมนุษย์ เวสเกอร์ใช้แอนติบอดี้ของจิลทำให้ไวรัสมีพิษน้อยลงและเขาจะเก็บจิลไว้เพื่อการค้นคว้าวิจัยของเขา

จิลผู้ซึ่งต่อต้านอาวุธชีวภาพและอุทิศทั้งชีวิตเพื่อกำจัดมัน ตอนนี้เธอกลับถูกใช้เพื่อพัฒนาอาวุธชีวภาพที่ร้ายแรงที่สุดหลังจากการค้นคว้าและทดลองจนในที่สุดเวสเกอร์ก็ได้ไวรัสอูโรโบรอสที่สมบูรณ์ที่สุด จากการเป็นหนูทดลองร่างกายของจิลก็มีการเปลี่ยนแปลงอันเกิดจากผลข้างเคียงอย่างเช่นผิวซีดและผมสีบลอนด์ การที่จิลมีส่วนร่วมในการพัฒนาทำให้เธอไม่ต้องเป็นหนูทดลองไวรัสตัวใหม่นี้เพราะเธอมีแอนติบอดี้บริสุทธิ์ที่มีภูมิคุ้มกันสูงมากทำให้เวสเกอร์ตัดสินใจหาหน้าที่ที่เหมาะสมกับเธอ เปลี่ยนจากเครื่องแบบบีเอสเอเอเป็นชุดแบทเทิลสูทรัดรูปและแช่แข็งเธอต่อ ในระหว่างการวิจัย Progenitor Virus ก็พบสารเคมีชนิดใหม่ นักวิจัยเรียกมันว่า P30 มีผลต่อโฮสต์ทำให้มีพลังเหนือมนุษย์และยังสามารถควบคุมโฮสต์ได้อย่างง่ายดาย

P30เป็นสารปรับปรุงความสามารถให้เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป เป้าหมายของแผนอูโรโบรอสคือการสร้างมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ดังนั้นP30ก็ไม่จำเป็นแต่มันก็ต้องใช้เวลาและเงินทุนถ้าต้องการชายทอดตลาดมืด  การค้นคว้าสุดยอดทหารที่ไม่ต่อต้านคำสั่งถูกพัฒนาพร้อมกับ Las Plagas และ P30แต่โชคไม่ดีที่ P30 ออกฤทธิ์ได้ไม่นาน P30ที่ถูกฉีดเข้าไปจะถูกเผาผลาญและขับออกนอกร่างกาย การทำให้P30ออกฤทธิ์ได้ต่อเนื่องจึงจำเป็นต้องติดอุปกรณ์ติดกับตัวของผู้ถูกทดลองเพื่อฉีดสารเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าP30จะมีผลสั้นๆ แต่ผลลัพธิ์ของสารเป็นสิ่งที่ตรงกับความต้องการในการวิจัย แต่เนื่องจากยังไม่ได้ทดลอง เพื่อให้การวิจัยจึงจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ฉีดสารติดเข้ากับหน้าอกของจิล อุปกรณ์ภายนอกที่ติดที่หน้าอกของจิลจะมีหน้าที่จัดการสารในร่างกายของเธอ ความคิดอิสระของเธอถูกควบคุมและกลายเป็นคนรับใช้ของเวสเกอร์และ Excella Gionne เป็นปีๆขณะที่เธอปกปิดตัวเองด้วยผ้าคลุมและหน้ากากจะงอยปากนก

การระบาดในคิจูจู

"ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้เลย โอ้แต่พระเจ้า... ฉันยังรู้สึกตัวอยู่ ยกโทษให้ฉันด้วยนะ"

จิลในชุดผ้าคลุม
จิลเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการระบาดใน Kijuju เธอถูกส่งไปให้ความช่วยเหลือและจับตาดู Ricardo Irving ในแผนล่อบีเอสเอเอให้ติดกับ จิลทำให้ชาวบ้านคนหนึ่งติดเชื้ออูโรโบรอสและปล่อยให้เขาโจมตีเจ้าหน้าที่บีเอสเอเอที่ไม่ระวัง คริสไปยังคิจูจูเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์แปลกประหลาดที่เกี่ยวข้องกับบริษัท Tricell Pharmaceutical ,inc. และแนะนำตัวกับ Sheva Alomar คู่หูคนใหม่ที่ได้รับมอบหมายให้ความช่วยเหลือเขาในภูมิประเทศที่เธอคุ้นเคย

หลังจากที่พบกับเชว่า คริสเกิดอาการ Flashback (ภาพหรือเสียงเสมือนจริงจากความทรงจำที่หวนกลับมาอีกครั้ง) ถึงหลุมศพของจิลแต่เขายังไม่รู้ว่าจิลยังมีชีวิตอยู่ ต่อมาจิลและเออร์วิงได้พบกันและสังเกตุคริสกับเชว่าในโรงจอดรถผ่านกล้องวงจรปิด เออร์วิงตัดสินใจออกไปข้างนอกพร้อมกับจิลและทั้งสองก็นั่งรถไปเขตทำเหมืองด้วยกัน ในเวลาต่อมาคริสและเชว่าพบกับ Josh Stone หัวหน้า Delta Team โจชมอบเครื่องพีดีเอให้กับคริส เขาเจอรูปภาพที่เขาสงสัยว่าน่าจะเป็นจิล วาเลนไทน์ คู่หูของเขาในอดีต ไม่นานเขาก็เกิดแฟลชแบ็คเกี่ยวกับการตายของจิล

คริสยังมีความหวังว่าจิลยังมีชีวิตอยู่ เขาดึงตัวเองขึ้นมาแล้วทำภารกิจกับเชว่าต่อไป ต่อมาพวกเขามาถึงโกดังในเขตทำเหมืองและต้อนเออร์วิงจนจนมุม คริส เชว่า และเออร์วิงเล็งปืนใส่ฝั่งตรงข้ามหลังจากที่คุยกันสั้นๆ ท่าทางของเออร์วิงกังวลกับการเผชิญหน้าครั้งนี้ ทั้นใดนั้นก็มีระเบิดควันโยนเข้ามาจากหน้าต่าง ในช่วงโกลาหลจิลก็อาศัยโอกาสนี้ จิลกระโดดเข้ามาจับเออร์วิงแล้วหนีไปทางหลังคา หลังจากที่ทั้งสองหนีไป คริสและเชว่าก็พบว่าที่ซ่อนตัวของเออร์วิงคือบ่อน้ำมันในพื้นที่ชุ่มน้ำ

คริสและเชว่าติดตามไปยังพื้นที่ดังกล่าวเพื่อจับตัวเออร์วิงและค้นหาจิล พวกเขาไม่ยอมถอนตัวและฝ่ากองกำลังของเออร์วิงไปจนกระทั่งพบกับโรงกลั่นน้ำมันของไทรเซลล์ที่ซึ่งเออร์วิงซ่อนตัวอยู่ ในโรงกลั่น จิลมอบกระเป๋าใส่ทองแท่งแน่นกระเป๋าให้กับเออร์วิงเพื่อเป็นค่าจ้างแต่เขากลับกล่าวหาว่าจิลไม่ต่างอะไรกับ"ของเล่นชิ้นหนึ่งของเอ็กเซลลา" จิลต้องการรู้ว่าเออร์วิงกำจัดเจ้าหน้าที่บีเอสเอเออย่างไร เธอบีบคอเออร์วิงและยกขึ้นติดผนังด้วยมือเดียว เธอต้องการรู้ว่าแผนที่เออร์วิงจะกำจัดคริสเป็นอย่างไร เขาล้อเธอต่อไปว่าเป็นแค่ขี้ข้า เธอเกลี้ยกล่อมเออร์วิงสำเร็จและมั่นใจว่าเขาสามารถจัดการกับสถานการณ์ได้ เธอปล่อยมือและยื่น Dorminant-Strain Plagas ให้กับเออร์วิงและสั่งให้เขาฆ่าคริสและเชว่าซะ คริสและเชว่าพบกับโจช โจชอยากรู้ว่าทำไมทั้งสองถึงไม่ถอนตัว คริสบอกว่าที่เขามาปฏิบัติภารกิจในแอฟริกาเขามาด้วยเหตุผลส่วนตัว เชว่าพูดแทรกขึ้นมาขณะที่คริสกำลังดูภาพของจิล เออร์วิงพยายามหลีกเลี่ยงการฉีดพลากัสโดยเปิดระบบทำลายตัวเองบ่อน้ำมันเพื่อกำจัดคริสและเขว่าและหนีไปด้วยเรือยอร์ชตามจิลไปที่ท่าเรือในวินาทีสุดท้าย จากนั้นเธอกระโดดลงเรือยอร์ชและหนีไป บ่อน้ำมันแห้งเกินกว่าที่จะไหม้อย่างทั่วถึงดังนั้นก็จึงล้มเหลวที่จะฆ่าทั้งคริสและจิล ทั้งสองหนีออกมาและตามเออร์วิงไปจนในที่สุดพวกเขาก็ฆ่าเออร์วิงในร่างกลายพันธุ์

จิลนั่งเรือเร็วเข้าไปในถ้ำซึ่งนำทางไปสู่ศูนย์วิจัยใต้ดินเพื่อรายงานเวสเกอร์และเอ็กเซลลา คริสและเชว่าตามมาถึงและพบเรือในถ้ำซึ่งพวกเขาจำได้ว่าผู้หญิงในผ้าคลุมใช้เรือลำนี้ขับหนีมาและสังเกตว่ามันไม่มีกุญแจ จิลรายงานเกี่ยวกับการมาถึงของเจ้าหน้าที่บีเอสเอเอ เวสเกอร์ส่งเอ็กเซลล่าและจิลไปรับหน้าเจ้าหน้าที่ทั้งสองขณะที่เขารออยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของใจกลางศูนย์วิจัย คริสจำศูนย์วิจัยนี้ได้และตามหาจิลในห้อง คริสรีบที่จะเห็นจิลออกมาจากแคปซูลและถามตัวเองว่าจิลยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เขาพิมพ์ชื่อจิลลงในคอมพิวเตอร์แต่ก็ถูก U-8 โจมตี คริสและเชว่าทำลายมันและค้นหาแคปซูลของจิลต่อไป เมื่อเปิดแคปซูลของจิลปรากฎว่าไม่พบร่างของเธอ เอ็กเซลล่าติดต่อกับพวกเขา เธอพูดว่าเธอไม่รู็้ว่าจิลอยู่ที่ไหนเชว่ารู้ว่าเอ็กเซลล่าโกหก ทั้งสองจึงตัดสินใจตามหาเธอไป พวกเจาพบเอ็กเซลล่าครั้งแรกที่ห้องทดลองที่ลึกเข้าไปในศูนย์วิจัยและจิลยืนอยู่ข้างๆเธอที่หน้าต่างสังเกตการณ์ เอ็กเซลล่าบอกเกี่ยวกับกระบวนการวิวิัฒนาการของสัตว์ทดลองเป็น Uroboros Mkono เอ็กเซลล่าและจิลออกไปปล่อยให้ทั้งสองคนสู้กับอาวุธชีวภาพตัวใหม่แต่คริสกับจิลก็สามารถเอาชนะมันได้ พวกเขาตามเอ็กเซลลาและจิลไปจนพบกับเธอ คริสก็ถามว่าจิลอยู่ไหน จิลก็กระโดดลงมาทันใด คริสและเชว่าเปิดฉากต่อสู้ด้วยมือเปล่ากับจิล

จิลถูกล้างสมองและโดนเวสเกอร์ควบคุม
คริสใช้ปืนยิงโดนหน้ากากของจิลกระเด็นไป จิลถอยออกมาจากทั้งสองเพื่อตั้งหลักแล้วเวสเกอร์ก็ลงมาจากบันไดและบอกว่าได้เจอหน้าพร้อมกันอีกครั้งในรอบสามปี เวสเกอร์เล่าให้คริสฟังถึงตอนที่เจอกันครั้งสุดท้ายที่คฤหาสน์สเปนเซอร์ที่ซึ่งจิลเสียชีวิต เขาบอกอีกว่าครอบครัวได้มารวมกันอีกครั้งหวังว่าคริสคงจะมีความสุข คริสจึงต่อไปว่า "พวกเรางั้นหรอ" เวสเกอร์เปิดหมวกฮู้ดของสาวในชุดผ้าคลุม คริสถึงกับช็อกเพราะตรงหน้าคือจิล วาเลนไทน์

จิลถอดผ้าคลุมออกและกระโดดถีบยอดอกของคริส เชว่าพยายามยิงเธอแต่ถูกจิลเตะปืนหลุดจากมือและโยนเธอไปอีกฟากของห้องแล้วจิลก็วิ่งไปบีบคอคริส การต่อสู้ระหว่างคริสกับเชว่าและเวสเกอร์กับจิลกินเวลาถึงเจ็ดนาที เวสเกอร์ไม่มีเวลามากพอจึงตัดสินใจเดินออกไปโดยทิ้งคริสกับเชว่าไว้ด้านหลัง ทั้งสองพยายามหยุดเขาแต่จิลวิ่งมาทางด้านหลังและเตะเชว่าออกไปและล็อกตัวคริสให้ติดกับพื้น คริสพูดกับจิลจนเธอรู้สึกตัว คริสพูดถึงชื่อเธอทำให้เธอเกิดอาการต่อต้านกับเครื่องควบคุมจนเธอต้องปล่อยคริส

เวสเกอร์บันทึกอาการต่อต้านนี้ เขากดรีโมทเพื่อจัดการเพิ่มP30ในร่างกายให้มากขึ้น เวสเกอร์ก็หนีไปให้คริสยืนดูจิลที่กำลังเจ็บปวดจากการรับP30มากเกินไปทำให้เธอเปิดเสื้อตรงหน้าอกเผยให้เห็นเครื่องควบคุม หลังจากที่ถูกควบคุมอีกครั้งจิลก็พร้อมสู้กับทั้งสอง ต่อสู้กันซํกพักพวกเขาก็จับจิลและดึงครื่องควบคุมออกมา ในที่สุดเธอก็เป็นอิสระจากการควบคุมของเวสเกอร์แต่เธอก็อ่อนแอมากจนล้มลงไปแล้วเธอก็ตื่นขึ้นพร้อมกับขอโทษขอโพยคริสกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอบอกว่าไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แต่ยังรู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่ เธอบอกพวกเขาให้ทิ้งเธอไปและไปหยุดเวสเกอร์ เธอเชื่อว่าคริสเท่านั้นที่จะหยุดเรื่องราวทั้งหมด หลังจากที่ทั้งคู่ลงลิฟท์ จิลก็สลบลงไป ต่อมาโจช สโตนเป็นคนปลุกเธอ

โจชบอกว่าจะมีเฮลิคอปเตอร์อยู่ที่ฝั่งตรงข้ามของภูเขาที่รอรับพวกเขาอยู่และทั้งสองก็ฝ่าไปยังที่นั่น ต้องเจอกับ Chainsaw Majini และ Executioner Majini พวกเขามาถึงศูนย์สื่อสารที่ไม่ไกลจากจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ จิลติดต่อไปยังเครื่องพีดีเอของคริสและส่งข้อมูลสำคัญมีใจความว่าความเร็วและพละกำลังของเวสเกอร์ได้มาจากไวรัส ไวรัสตัวนี้จะต้องใช้เซรุ่มรักษาความเสถียร แต่ถ้าได้รับเซรุ่มมากเกินไปก็จะทำปฏิกิริยากับร่างกายคล้ายพิษ และคาดว่าทั้งสองได้เซรุ่มนี้เมื่อเช้าและใช้เซรุ่มทำให้เวสเกอร์ยอมแพ้

จิลและโจชฝ่าไปยังหลังคาของศูนย์สื่อสารและรอคอยเฮลิคอปเตอร์ที่ขับโดย Doug นักบินบีเอสเอเอมาช่วยเหลือ พวกเขาต้านกองกำลังมาจินิและอาวุธชีวภาพขณะที่รอด็อจน์ เมื่อเฮลิคอปเตอร์มาถึงทั้งสองก็รอเฮลิคอปเตอร์ลงจอดแต่มีมาจินิยิงเครื่องยิงจรวดใส่เฮลิคอปเตอรฺใส่ทั้งสองจนจิลสลบไป จอชอุ้มจิลขึ้นเฮลิคอปเตอร์และยิงคุ้มกัน ทั้งสองขึ้นเฮลิคอปเตอร์แต่ด็อจน์ก็ถูกมาจินิสังหาร โจชจึงต้องขับเครื่องบินโดยมีจิลคอยคุ้มกัน พวกเขามาช่วยคริสและเชว่าก่อนที่เวสเกอร์จะตกลงธารลาวา จิลโยนบันไดลิงให้คริิสและเชว่า ทั้งสองปีนบันไดขึ้นมา คริสพึ่งจะจับบันไดก่อนที่พื้นที่เขาเหยียบจะจมลงแมกม่า เมื่อทั้งสองปีนเข้าไปในห้องโดยสาร เวสเกอร์ก็ใช้แขนกลายพันธุ์เกาะเฮลิคอปเตอร์ไม่ให้ไปไหน จิลบอกให้คริสใช้อาวุธที่อยู่ในเครื่องเป็น RPG-7 สองกระบอก พวกเขาฆ่าเวสเกอร์และแขนกลายพันธุ์ก็ปล่อยให้เฮลิคอปเตอร์บินไป จิลพูดว่า"ในที่สุด..."ขณะที่เฮลิคอปเตอร์ปลอดภัยแล้ว