หน้าเว็บ

William Birkin

"มันสมบูรณ์แบบจริงๆ จีไวรัสอันมีค่าของฉัน ไม่มีใครเอามันไปจากฉันได้"

วันที่เกิด : 1962
วันที่เสียชีวิต : 30 กันยายน 1998
เพศ : ชาย
อาชีพ : นักวิจัยไวรัสวิทยาของอัมเบรลล่า
หมู่เลือด : O
ส่วนสูง : 178 เซนติเมตร
น้ำหนัก : 66.7 กิโลกรัม
สถานะ : เสียชีวิต
William Birkin เป็นนักชีววิทยาชั้นนำที่ทำงานให้กับ Umbrella Corporation เป็นผู้ค้นพบและพัฒนา G-Virus เป็นสามีของ Annette Birkin และเป็นพ่อของ Sherry Birkin เขามีส่วนร่วมในโครงการG-Virus เป็นเหตุนำไปสู่เหตุการณ์ Raccoon City Outbreak

ประวัติ

ช่วงปีแรกๆ

เบอร์กินทำงานในบริษัทอัมเบรลล่าคอร์ปอเรชั่นในปี 1997 ด้วยวัยเพียงสิบหกปี เขาทำงานอยู่ใน Umbrella Management Training Facility ภายใต้การดูแลของผู้อำนวยการศูนยคนแรกด็อกเตอร์ James Marcus ที่นั่นเขาพบกับนักวิจัยอายุไล่เลี่ยกัรซึ่งต่อมาเป็นทั้งมิตรแท้และศัตรูถาวรชื่อว่า Albert Wesker ทั้งสองเป็นพนักงานฝึกหัดคนสนิทของมาร์คัส พวกเขาทดลองค้นคว้าวิจัย T-Virus จนกระทั่งศูนย์ฝึกถูกปิดในวันที่ 29 กรกฎาคม 1978

เบอร์กินและเวสเกอร์ถูกย้ายไปทำงานใน Arklay Research Facility สองวันหลังจากการปิดศูนย์ฝึกพนักงาน พวกเขาใช้ศูนย์วิจัยดังกล่าวทำการวิจัยต่อไปและเบอร์กินเลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าทีมวิจัยของศูนย์แห่งนี้ ในช่วงเวลานี้เบอรฺกินเป็นกังวลกัน Ebola Virus ที่อัมเบรลล่าพึ่งค้นพบในแอฟริกาทำให้เกิดการวิจัยหาวิธีรักษาไวรัสชนิดนี้อย่างเป็นจริงเป็นจังภายในศูนย์ ในช่วงที่พวกเขากำลังวิจัยไวรัสอีโบล่าอยู่นั้นเอง ทั้งสองได้พบกับ Lisa Trevor ซึ่งถูกจับมาสัตว์ทดลองตั้งแต่ปี 1967 ทำให้ทั้งสองรู้ว่าสเปนเซอร์คิดจะใช้บริษัทนี้ทำอะไรอยู่

ชิงตำแหน่งอันดับหนึ่ง

ในวันที่ 27 กรกฎาคม 1981 อัมเบรลล่าได้รับ Alexia Ashford หลานของ Edward Ashford ผู้ร่วมก่อตั้งวัยเพียงสิบปีมารับตำแหน่งหัวหน้าทีมวิจัยเพราะเธอเป็นอัจริยะซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ Alexander Ashford พ่อของเธอต้องการ ข่าวของอเล็กเซียกระจายไปทั่วอัมเบรลล่าทุกสาขาจนลั่นเข้ามาในศูนย์วิจัยอาร์คเลย์ทุกวี่วันสร้างความกดดันให้กับเบอร์กิน เขาพยายามขัดขวางทุกวิถีทางโดยอภิปรายเรื่องนี้ให้กับนักวิจัยอาวุโสของอัมเบรลล่า แต่นักวิจัยเหล่านั้นกลับเข้าข้างตระกูลแอชฟอร์ดเสียส่วนใหญ่ การอภิปรายถกเถียงจบลงด้วยความผิดหวังของเบอร์กิน อเล็กเซียได้ทำงานต่อไป

แม้ว่าช่วงชิงดีิชิงเด่นกับอเล็กเซียทำให้งานวิจัยไม่คืบหน้าจนกระทั่งเขาสร้าง Hunter ในปี1981 เขาทุ่มเทชีวิตให้กับงานวิจัยจนมีการประกาศว่าอเล็กเซียเสียชีวิตในปี 1983 จึงไม่มีอะไรที่จะขัดขาเขาต่อไปได้อีก

แต่งตั้งหัวหน้าทีมวิจัย

ครอบครัวเบอร์กิน
เบอร์กินได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าทีมวิจัยT-Virus ในปี 1988 หลังจากที่พวกเขาร่วมมือกันสังหารดร.มาร์คัสและชื่อเสียงผู้สร้างT-Virus ที่มาร์คัสสร้างขึ้นมากับมืิอบัดนี้ก็ตกเป็นของเบอร์กิน ในเวลาต่อมาเขาแต่งงานกับแอนเน็ทนักวิจัยที่ทำงานด้วยกันและมีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคนชื่อเชอร์รี่

เบอร์กินและเวสเกอร์สนใจ NE-α Parasite พวกเขาใช้ลิซ่าเป็นหนูทดลอง ลิซ่า้เป็นเพียงมนุษย์คนเดียวที่ร่างกายเข้ากับปรสิตได้แต่โฮสต์คนอื่นๆกลับเสียชีวิตไม่นานหลังจากการฝังตัว มีการบันทึกไว้ว่าอัตราการมีชีวิตรอดอยู่ในระดับสูงเกินทั่วไป เบอร์กินตรวจเช็ครางกายของเธอจนพบว่า Progenitor Virus ที่ฉีดไปตั้งแต่ 1967 ปรสิตถูกไวรัสดูดกลืนจนกลายพันธุ์เป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ เบอร์กินเรียกมันว่า Gene Virus

เบอร์กินได้รับการอนุมัติจาก Ozwell E. Spencer ประธานบริษัทเพื่อเริ่มต้นโครงการG-Virus แค่สำหรับเวสเกอร์ไม่ได้รับอนุมัติโดยอ้างว่าสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์แบบสุ่มและไม่สามารถควบคุมได้ไม่เหมาะที่จะนำมาทำอาวุธชีวภาพ (B.O.W.) ในปี 1991 เบอร์กินและภรรยาถูกย้ายไปทำงานใน Raccoon City Underground Facility ที่สร้างมาเป็นพิเศษเพื่องานวิจัยนี้โดยเฉพาะ เขาติดสินบนผู้การ Brian Iron ผู้บัญชาการ Raccoon City Police Department เพื่อคุ้มครองงานวิจัยโดยให้ภรรยาเป็นตัวกลาง

หลังจากที่เขารับงานวิจัยG-Virus เขาส่งต่อโครงการวิจัยT-Virus ให้กับด็อกเตอร์ Greg Mueller ลูกน้องของเขา

อัมเบรลล่าหักหลัง

ขณะที่เกิดเหตุการณ์ Arklay Mountain Outbreak ทั้งในศูนย์วิจัยอาร์คเลย์ ศูนย์ฝึกพนักงาน และรถไฟสาย Ecliptic Express เบอร์กินและเวสเกอร์ต้องตกตะลึงกับภาพชายที่อยู่ในจอมอร์นิเตอร์ ด็อกเตอร์เจมส์ มาร์คัสฟื้นคืนชีพและเป็นผู้ที่ทำให้T-Virus ระบาด เขารู้ตัวดีว่าถ้างานนี้ล้มเหลว หลักฐานการกระทำผิดถูกเปิดโปง เบอร์กินจึงเปิดระบบทำลายตัวเองของศูนย์ฝึกเพื่อทำลายหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายในอดีต

G-Virusพัฒนาจนเสร็จสมบูรณ์ในเดือนกันยายน 1998 เบอร์กินคิดจะใช้ไวรัสต่อรองกับบริษัทเพื่อเลื่อนตำแหน่งเป็นหนึ่งในบอร์ดบริหารของอัมเบรลล่าแต่กลับถูกปฏิเสธ เขาจึงคิดเก็บงานวิจัยนี้ไว้เสียเองและขายให้กับรัฐบาลสหรัฐ เบอร์กินยื่นข้อเสนอให้กองทัพสหรัฐเข้ามาเป็นตัวกลางเอาG-Virus ไปจากเขาแต่รัฐบาลก็ไม่ได้ส่งตัวกลางเข้ามาไกล่เกลี่ย ผู้ที่มาแทนตัวกลางรัฐบาลคือ Umbrella Security Service Alpha Team ที่นำโดย Hunk ถูกส่งเข้ามาขโมยงานวิจัยของเบอร์กินซึ่งพวกเขขาได้รับคำสั่งตรงจากสเปนเซอร์ ยูเอสเอสเข้ามาในห้องวิจัยใช้ปืนกลกราดยิงเบอร์กินแล้วขโมยงานวิจัยไป เขากำลังจะสิ้นลมจากพิษบาดแผลจึงใช้ลมหายเฮือกสุดท้ายฉีดG-Virus จนกลายพันธุ์อย่างรวดเร็วกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่ขนานนามว่า"G"

กลายร่างเป็น G

เบอร์กินตามล่ายูเอสเอสที่ขโมยG-Virus ในท่อระบายน้ำ ทีมยูเอสเอสทั้งสองนายต้องตกใจเมื่อเห็นสภาพเกิดใหม่ของเบอร์กินที่อาวุธของพวกเขาไม่ทำให้เบอร์กินเคืองผิวเลย ในช่วงการสังหารที่ผ่านมานั้น เบอร์กินทุบทำลายหลอดบรรจุT-Virus และหนูก็กินไวรัสเข้าไปทำให้เป็นสาเหตุหลักของการแพร่ระบาดไวรัสในแร็คคูนซิตี้

หลายวันต่อมา ในวันที่ 29 กันยายน เบอร์กินเดินรอบกรมตำรวจเพื่อตามล่าผู้รอดชีวิตและลูกสาวของเขาก็อยู่ในกลุ่มนั้น เขาหาโฮสต์เพื่อขยายพันธุ์ด้วยการปลูกถ่ายตัวอ่อนลงเหยื่อ(ผู้การไบรอัน ไอออน) แต่ดีเอ็นเอของไอออนไม่สามารถเข้ากับตัวอ่อนได้ทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมาแต่การปลูกถ่ายตัวอ่อนลงเชอร์รี่กลับได้ เขาพยายามตะโกนเรียกเชอรรี่หลายครั้งแต่เธอกลับเชื่อว่าพ่อของเธอถูกสัตว์ประหลาดซึ่งคือตัวเขาเองฆ่าไปแล้ว

การกลายพันธุ์ของเขาไม่สามารถควบคุมได้ซึ่งนั่นเป็นผลของG-Virus เขาไล่ล่า Leon S. Kennedy,Claire Redfield,Ada Wong และเชอร์รี่จากท่อระบายน้ำถึงศูนย์วิจัยใต้ดิน เขาแพ้ลีออนกับแคลร์ขณะที่กำลังฟื้นตัวเองบนรถไฟ หลังจากนั้นไม่นานรถไฟก็ระเบิด เบอร์กินจึงตายไปพร้อมกับขบวนรถไฟ

การกลายพันธุ์

กลายพันธุ์ครั้งที่หนึ่ง

G กลายพันธุ์ครั้งแรก
ยังคงสภาพเดิมของตอนที่เป็นมนุษย์อยู่ ตามร่างกายส่วนบนมีกล้ามเนื้อมากขึ้นเนื่องจากการเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันของมวลกล้ามเนื้อ เพราะการพัฒนาG-Virusทำให้เนื้อเยื่อที่เสียหายถูกแทนที่ด้วยกล้ามเนื้อมัดใหญ่และไวรัสทำให้แขนขวามีขนาดใหญ่ไม่ได้สัดส่วนรวมถึงมีเนื้องอกเป็นลูกตาโผล่ขึ้นที่ไหล่ด้านขวา

ในร่างนี้ยังไม่มีอวัยวะส่วนใดใช้เป็นอาวุธได้ เขาใช้พลังอันมากมายกระชากท่อมาใช้เป็นอาวุธตีหรือตีสองจังหวะหรือยกท่อขึ้นตีซึ่งสามารถตายในครั้งเดียว

ใน Resident Evil: The Darkside Chronicles จีสามารถขว้างท่อหรือตบหลายครั้งด้วยความเร็วสูง มีความฉลาดมากขึ้นซึ่งพบตอนที่แคลร์กระโดดขึ้นไปบนแพลตฟอร์มก็สามารถปีนตามขึ้นมาได้และทำลายแฟลตฟอร์มด้วยการเขย่าก่อนที่จะเข้าทำร้ายคนใดคนหนึ่ง ในที่สุดหลังจากเขาขว้างท่อแล้วจับตัวละครบีบคอจนตาย ถ้าหยุดทันจีจะโยนไปอีกฟากของสะพานก่อนที่จะกระหน่ำตี

ตรงกันข้ามกับเมื่อเจอกับแอนเน็ตและยูเอสเอส เขาตบยูเอสเอสด้วยมือ ในตอนแรกที่ปรากฎตัวจีไม่มีกรงเล็บซึ่งขัดกับคุณสมบัติของG-Virus หรืออาจเกิดจากการกลายพันธุ์แบบไม่แน่นอนก็เป็นได้ มีจุดสังเกตเพิ่มเติมตรงทีแขนขวาของจีเกิดการกลายพันธุ์หลังจากดึงท่อออกมา ลักษณะแขนมีการปูดของกล้ามเนื้อและมีกระดูกงอกออกมาจากไหล่ และจีร่างแรกร่างเดียวยังคงความเป็นมนุษย์อยู่เพราะใส่รองเท้า

กลายพันธุ์ครั้งที่สอง

G กลายพันธุ์ครั้งที่สอง
เบอร์กินกลายพันธุ์ร่างนี้เพื่อสู้กับแคลร์ที่ทางลงไปยังศูนย์วิจัยใต้ดิน การกลายพันธุ์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่น ศีรษะถูกผลักลงทรวงอก มือขวาแตกเป็นกรงเล็บที่ประกอบด้วยกระดูก มีแขนพัฒนาบริเวณหน้าท้องใต้แขนเดิม และมีกระโหลกศีรษะใหม่เข้ามาแทนที่ของเดิม การโจมตีได้แก่การตบด้วยหลังมือ ฮุกอย่างรุนแรง หากตัวละครยืนอยู่จะแทงหรือต่อยฮุกด้วยมือซ้าย หากตัวละครมีเลือดน้อย จีจะโจมตีแบบ Tyrant T-002 ด้วยการพุ่งตัวไปข้างหน้าและใช้กรงเล็บเสียบ

ร่างนี้มือที่พัฒนาขึ้นมาใหม่กำลังเสร็จสมบูรณ์และหัวเดิมของเบอร์กินหายไปอยู่ที่อก กรงเล็บมีความยาวมากรวมถึงมีลูกตาอยู่ด้านหลังทำให้สามารถมองเห็นด้านหลังได้และลูกตาคือจุดอ่อนของเขา

ใน Resident Evil: The Darkside Chronicles มีจุดน่าสนใจคือร่างนี้เบอร์กินจำแอนเน็ทได้ มันดูเธอสักครู่ก่อนที่เธอจะชักปืนออกมาซึ่งก็ดูเหมือนว่าเป็นภัยคุกคามจากนั้นเขาก็ฆ่าเธอด้วยการแทงที่ท้องทำให้เธอเสียชีวิต




การกลายพันธุ์ครั้งที่สาม

G กลายพันธุ์ครั้งที่สาม
ที่ผิวของจีมีผิวหนังสากๆห่อหุ้มอยู่ทำให้ร่างกายเปลือยเผยให้เห็นกล้ามเนื้อ มีหนามโผล่ขึ้นมาจากหน้าอกด้านซ้ายนับร้อย ใบห้นาเก่าได้หายไปในช่องท้อง ร่างนี้เป็นร่างสุดท้ายที่ยังคงสภาพเป็นมนุษย์

มือซ้ายของเขามีกรงเล็บแล้ว ในความเป็นจริงเบอร์กินอาจสูงได้ถึงแปดฟุต แขนหลักมีขนาดใหญ่มากกว่าปกติ ที่มือมีกรงเล็บแต่กรงเล็บข้างขวาจะเกิดขึ้นจากกระดูกส่วนข้างซ้ายเกิดขึ้นจากเล็บ ที่แขนมีร่องรอยของการกลายพันธุ์ครั้งก่อน แขนทุกข้างมีกรงเล็บ และศีรษะมีการพัฒนามีกะโหลกหุ้มอยู่ และมีรอยยิ้มที่ไม่มีริมฝีปากเหมือน Nemesis สุดท้ายมีเนื้องอกลูกตาโผล่ขึ้นที่ต้นขาซ้าย

ใน Resident Evil 2 การโขมตีของร่างนี้ก็เหมือนกับร่างก่อนหน้า ส่วนใหญ่มักใช้มือด้านหลังตบอย่างรุนแรงและกระโดดในระยะที่ไกล ถ้ามันเดินเข้าหาเหยื่อแล้วกางแขนออกก็จะโจมตีด้วยคอมโบสี่ครั้งติด หลังจากนั้นจะเกิดฉากเสียชีวิตคือใช้มือแทงเหยื่อด้วยกรงเล็บก่อนจะใ้มือด้านหลังฉีกเหยื่อเป็นชิ้นๆหรือไม่ก็ตัดคอ

ใน Resident Evil: The Darkside Chronicles มันจะกระโดดฟันด้วยท่าทางผาดโผนหรือเตะ360องศาเหมือนกับใช้แขนหลังปัดไปมา

การกลายพันธุ์ครั้งที่สี่

G กลายพันธุ์ครั้งที่สี่
ในร่างนี้เปลี่ยนจากสัตว์สองขาเป็นสัตว์หกขา มันใช้สี่ขาหลักเพื่อเคลื่อนไหว กระโหลกและขากรรไกรบนมีความยาวมากเพื่อรองรับขากรรไกรล่าง มีช่องวงกลมที่ล้อมด้วยหนามซึ่งหนามที่คลุมนี้มีไว้ปกป้องช่องอกของมัน แม้ลักษณะจะแปลกประหลาดแต่ก็มีความสามารถวิ่งกระโดดได้อย่างสบายๆและหนามรอบปากก็มีเอาไว้แทงเหยื่อได้ด้วย แต่เพื่อรักษาความเร็วทำให้มันต้องกินมากขึ้น

การเดินของมันจะคล้ายกับสุนัขหรือสุนัขป่า จะกระโดดจากเสาต้นนู้นมาต้นนี้แล้วก็มาหาตัวละคร อาจจะตบด้วยมือเล็กๆของมันหรือเอาตัวละครไปเคี้ยวซึ่งอันตรายมาก






การกลายพันธุ์ครั้งที่ห้า

G กลายพันธุ์ครั้งที่ห้าและครั้งสุดท้าย
ร่างที่แปลกประหลาดที่สุด หลังจากที่จีได้รับบาดเจ็บทางกายภาพมากเกินไปทำให้ไม่มีรูปร่างกลายเป็นก้อนเนื้อที่มีหนามและหนวด มันจะเคลื่อนที่อย่างช้าๆด้วยการใช้หนวดดึงและเมื่อดึงเสร็จทางที่ผ่านก็จะมีเมือกอยู่เต็มพื้น มันถูกฆ่าตายหลังจากโดนระบบทำลายตัวเองอัตโนมัติของรถไฟ

ตั้งแต่ติดเชื้อก่อนตายจนกลายพันธุ์มาสารพัดร่างจนเสียรูป ใน Wesker Report II บันทึกไว้ว่าโฮสต์ยังคงกลายพันธุ์ต่อไปจนกว่าเขาหรือเธอจะเสียชีวิต แต่G-Virus ก็ไม่ถูกผลิตเพราะสามารถวิวัฒนาการได้ ตามที่บันทึกว่ารถไฟเวลาหมดจะทำลายตัวเองแต่ก็โชคดีที่มันไม่มีเวลาหนีทันระเบิด

ในร่างสุดท้ายใช้หนวดตบพาตัวละครเข้าปากมัน เมื่อมันขึ้นมาบนรถไฟจึงมีการจำกัดเวลา ถ้ามันไม่ถูกฆ่าในเวลาที่กำหนดมันก็จะจับลีออนและแคลร์กิน

ใน Resident Evil: The Darkside Chronicles ร่างนี้มีพลังมากและอันตรายมากด้วย มันใช้ซากปรักหักพังเป็นอาวุธขว้างใส่ รวมทั้งใช้กรงเล็บปลายหนวดโจมตีตัวละคร มันยังมีการโจมตีแปลกประหลาดอย่างอาเจียนออกมาเป็นซอมบี้ที่พึ่งกินไปในระยะสิบฟุตถึงตัวละคร