หน้าเว็บ

Tricell, Inc.

Tricell, Inc. หรือเดิมชื่อว่า Travis Enterprises ประกอบด้วยสามแผนกหลักได้แก่ แผนกขนส่งสินค้าทางทะเล แผนกพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ และแผนกเภสัชกรรม โดยแผนกเภสัชกรรมเป็นสมาชิกหลักของสมาคมเภสัชกรรมสากลและเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนให้กับ Bioterrorism Security Assessment Alliance แต่ไทรเซลล์สาขาแอฟริการ่วมมือกับ Albert Wesker พัฒนาและค้า B.O.W. รวมถึงการพัฒนา Uroboros Virus ที่สามารถทำให้คนตายเป็นล้านๆคน หลังจากที่ Umbrella Corporation ล่มสลายลงทำให้ไทรเซลล์ได้รับส่วนแบ่งการค้าอาวุธชีวภาพรายใหญ่ในตลาดมืด เป็นและซื้อกิจการ WilPharma หลังจากที่ถูกฟ้องล้มละลายกลายเป็นบริษัทเวชกรรมชั้นนำของโลก

ประวัติ

การก่อตั้งบริษัท

ไทรเซลล์ก่อตั้งในยุคแห่งการสำรวจโดย Thomas Travis พ่อค้าผู้มั่งคั่งเป็นบริษัทเดินเรือที่มีชื่อว่า"ทราวิส เอ็นเตอร์ไพรส์" บริษัทได้รับผลกำไรเป็นกอบเป็นกำเนื่องจากผลพวงของการขยายตัวทางการค้ากับโลกตะวันออกจนสามารถจัดตั้งแผนกขนส่งสินค้าทางทะเลและเมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 19 ก็กลายเป็นบริษัทที่มีผลประกอบการยอดเยี่ยม

ในศตวรรษที่ 18 Henry Travis น้องชายคนสุดท้องในบรรดาแฝดทั้งเจ็ดของตระกูลทราวิสเป็นผู้ค้นพบ Progenitor Virus คนแรกจึงเขียนสารานุกรม 72 เล่มที่มีชื่อว่า"Natural History Conspectus" ซึ่งถูกเขียนขึ้นจากการไปแอฟริกาห้าครั้งของเขาและในสารานุกรมก็เต็มไปด้วยข้อมูลที่อย่างเกี่ยวกับพืชพรรณ,สัตว์ป่า,ภูมิประเทศ,แร่ธาตุและคติชน แต่หนังสือของเขาไม่ได้รับความเชื่อถือจากแวดวงวิทยาศาสตร์และยังถูกกล่าวหาว่าข้อมูลละเอียดเกินไปจนดูเหมือนว่าเขียนจากจินตนาการ เฮนรี่ช็อกกับคำกล่าวหาจนเกิดอาการซึมเศร้าและเสียชีวิตหลังจากการเดินทางครั้งสุดท้ายสองปีให้หลัง พี่ชายของเขาปล่อยข่าวลือว่าหนังสือของเขาเป็นเพียงนิยายเรื่องแต่งขึ้น แต่ในความจริงแล้วเขาต้องการให้หนังสือให้ได้เป็นจำนวนมาก

ช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ทราวิสเอ็นเตอร์ไพรส์ได้ข้อมูลจากหนังสือตั้งสาขาในแอฟริกาเพื่อใช้ประโยชน์จากทรัพยากรแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นเหมืองแร่ บ่อน้ำมัน หรือแก๊สธรรมชาติจนมีการจัดตั้งเป็นแผนกพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 พวกเขาเริ่มเก็บรวบรวมตัวอย่างของพืช สัตว์ และแมลงรวมทั้งยังใช้ข้อมูลกับหนังสือของเฮนรี่ ตัวอย่างที่ได้มาเหล่านี้ถูกใช้เพื่อการวิจัยทางเภสัชกรรมสร้างความสำเร็จเชิงพาณิชย์ที่มีผลิตภัณฑ์ยาที่เป็นเอกลักษณ์และวางรากฐานแผนกเภสัชกรรมของไทรเซลล์ ในปี 60 สามแผนกของทราวิสเทรดดิ้งยุบรวมกันภายใต้ชื่อบริษัทใหม่ว่า"ไทรเซลล์" สามแผนกของไทรเซลล์มีเงินทุนเป็นของตนเองและสามารถขยายบริษัทได้เพื่อเป็นหลักให้กับบริษัทแม่ ส่วนแผนกอื่นๆที่มีความสำคัญรองลงมาจะขึ้นกับสำนักงานประจำสาขา

ครอบครองวิลฟาร์มาและพัฒนาอาวุธชีวภาพ

Excella Gionne ซึ่งเป็นลูกหลานของตระกูลจิออนเนที่มีเลือดของพวกทราวิสอยู่ในตัว เธอเป็นคนฉลาดมากจนเธอเรียนข้ามชั้นและเรียนพันธุวิศวกรรมเป็นวิชาเอก ความฉลาดของเธอทำให้ได้ทำงานร่วมกับแผนกเภสัชกรรมตั้งแต่อายุ 18 ปีซึ่งความสามารถของเธอก็ถูกเวสเกอร์จับตามองแต่เธอเป็นแค่เพียงคนตระกูลจีโอเน่ไม่ใช่ลูกหลายทราวิสสายตรงจึงเป็นได้แค่นักวิจัย หลังจากอัมเบรลล่าล่มสลายลงในปี 2003 เวสเกอร์ใช้ข้อมูลที่ขโมยมาจากอัมเบรลล่าตีสนิทเธอและให้เธอรู้จักกับผลิตภัณฑ์ของอัมเบรลล่าอย่าง T-Virus และ T-Veronica Virus เอ็กเซลล่าเริ่มพัฒนาอาวุธชีวภาพของไทรเซลล์โดยเทคโนโลยีของอัมเบรลล่าซึ่งเวสเกอร์เป็นผู้ควบคุมและพัฒนาธุรกิจค้าอาวุธชีวภาพในแผนกเภสัชกรรม ทำให้เอ็กเซลล่าเป็นบุคคลสำคัญของบริษัท ต่อมาดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการไทรเซลล์สาขาแอฟริกาในอายุยี่สิบด้วยการประจบสอพลอและข่มขู่

ไทรเซลล์เริ่มครองส่วนแบ่งตลาดมืดค้าอาวุธชีวภาพแทนที่อัมเบรลล่าที่ล้มไป ความสำเร็จของกิจการทำให้ได้รับการสนับสนุนมากยิ่งขึ้นจนบริหารแผนกเภสัชกรรมทั้งแผนก ทำให้เวสเกอร์เข้ามาบริหารงานในบริษัทได้โดยผ่านเอ็กเซลล่า ในปี 2004 ปฏิบัติการแฝงตัวของเวสเกอร์ในยุโรปใต้ทำให้ไทรเซลล์ได้ Las Plagas มาครอบครอง ถัดมาในปี 2005 วิลฟาร์มาถูกฟ้องล้มละลายจากเหตุการณ์ Harvardville Incident ต่อมาไทรเซลล์ซื้อบริษัทแห่งนี้และเข้ามาสำรวจใน Air Dome Research Facility นักวิจัยค้นพบส่วนหางของ Curtis Miller ที่จะนำมาใช้สกัด G-Virus

หลังจากเหตุการที่ฮาวาร์ดวิลล์ ไทรเซลล์เป็นบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจและเป็นผู้สนับสนุนหลักทางการเงินให้กับบีเอสเอเอในช่วงก่อตั้งและยังคงสนับสนุนไปเรื่อยๆเพื่อสร้างภาพเป็นผลให้ไทรเซลล์มีอำนาจกดดันศูนย์บัญชาการบีเอสเอเอเพื่อปิดข่าวสิ่งผิดกฎหมายที่ไทรเซลล์ก่อไว้

การพัฒนาไวรัสอูโรโบรอส

เวสเกอร์แนะนำให้เอ็กเซลล่าเปิด Umbrella Africa Research Center เพื่อผลิตไวรัสโปรเจนิเตอร์ เอ็กเซลล่าใช้อำนาจของเธอเปิดศูนย์วิจัยอัมเบรลล่าในแอฟริกาและให้ Ricardo Irving พนักงานของแผนกสำรวจทรัพยากรธรรมชาติและผู้อำนวยการบ่อน้ำมันไทรเซลล์แอฟริกาเป็นนายหน้าขายอาวุธชีวภาพให้กับตลาดมืดเพื่อหารายได้ให้กับกองทุนวิจัยของเวสเกอร์ เร็วๆนี้ไทรเซลล์สร้างโรงงานแห่งใหม่ซึ่งเบื้องหลังเป็นศูนย์วิจัยในแอฟริกา ตอนนี้ไทรเซลล์สามารถสร้างไวรัสโปรเจนิเตอร์เพราะผลกำไรมากมายที่ได้มาจากธุรกิจผิดกฎหมายถูกนำมาใช้สร้างศูนย์วิจัยแอฟริกาเพื่อวิจัยและพัฒนาอาวุธชีวภาพ เออร์วิงมีความคิดที่จะเข้าบรรจุทำงานในแผนกพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติเพื่อปกปิดความเกี่ยวข้องกับแผนกเภสัชกรรมให้พ้นจากพวกบีเอสเอเอเนื่องจากการทดลองหรือสาธิตอาวุธชีวภาพทำด้านนอกศูนย์วิจัย เขาเป็นเพียงคนในกลุ่มคนเพียงไม่กี่หยิบมือที่รู้ถึงเรื่องธุรกิจค้าอาวุธชีวภาพและในขณะเดียวกันนักวิจัยของไทรเซลล์เริ่มพัฒนาพลาก้าสายพันธุ์ใหม่

ไวรัสอูโรโบรอสถูกสร้างขึ้นจากดอกไม้พันธุ์พื้นเมืองแต่ไม่สามารถเอามาใช้ได้ทันทีเพราะมีพิษรุนแรงทำให้การวิจัยเป็นไปได้ยากกว่าที่คาดไว้ แต่ผลการทดลองก็ก้าวหน้ามากขึ้นเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงกับสัตว์ทดลองหมายเลข 1 ในปี 2006 ซึ่งพบว่าแอนตี้ไวรัสทำให้พิษของไวรัสในร่างกายลดลง ปรากฏการณ์นี้มีโอกาสพบในสัตว์ทดลองเคยติดเชื้อT-Virus และใช้วัคซีนรักษาแล้วแต่ไวรัสยังคงหลงเหลืออยู่ในร่างกาย

สัตว์ทดลองหมายเลข 1 คือ Jill Valentine อดีตเจ้าหน้าที่หน่วย S.T.A.R.S. ซึ่งถูกสันนิษฐานว่าเสียชีวิตในระหว่างการจับกุม Ozwell E. Spencer ในเดือนสิงหาคม ปี 2006 เวสเกอร์คิดว่าจิลอาจเป็นประโยชน์ต่อการทดลองเขาจึงรักษาจิลและเก็บเธอไว้โดยแช่แข็งในหลอดแก้วเป็นเวลานานเป็นเหตุให้ร่างกายเกิดการกระตุ้นสร้างแอนติบอดี้บริสุทธิ์ในร่างกาย เป็นจุดกำเนิดวิธีการทำให้ไวรัสอูโรโบรอสมีฤทธิ์อ่อนลง เวสเกอร์ยินดีที่ไวรัสอูโรโบรอส ไพ่ใบสุดท้ายของเขาพร้อมทำให้ฝันเป็นจริง

ปฏิบัติการจับกุมเออร์วิง

ในปี 2009 ก่อนที่ Type 2 Plaga และ Type 3 Plaga จะวางขายในตลาดมืด เออร์วิงทดสอบสาธิตอาวุธชีวภาพเพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจ โดยเฉพาะรุ่นล่าสุดอย่าง Type 3 Plagas ถูกทดลองใช้กับชนพื้นเมือง Ndipaya ที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำใกล้บ่อน้ำมัน เขาหลอกชาวบ้านว่ามันคือวัคซีนต่อต้านโรคร้าย ผู้หญิงและเด็กตายทันทีแต่ผู้ชายเริ่มสูญเสียความคิดและมีสันดานดิบแบบสัตว์ บีเอสเอเอสาขาแอฟริกาตะวันตกเข้ามาตรวจสอบ เออร์วิงถูกหมายหัว กลายเป็นที่ต้องการตัวเพื่อสอบสวนเรื่องการมีส่วนพัวพันเรื่องอาวุธชีวภาพ

การทดสอบพลาก้าชนิดที่สองทดลองที่เขตปกครองตนเอง Kijuju รายละเอียดของการทดสอบประกอบไปด้วยการทดลองฉีดตัวอย่าง 10 ตัวอย่างและตรวจสอบความเร็วของการแพร่ระบาด ต่อมาข้อมูลถูกรวบรวมเพื่อวิเคราะห์ระดับความรุนแรงที่สามารถควบคุมได้และข้อมูลท่าทางการต่อสู้ บีเอสเอเอเริ่มสนใจความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทดลองดังกล่าวซึ่งสร้างความยุ่งยากให้กับเออร์วิง ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนแผนโดยให้สัตว์ทดลองสู้กับพวกเขาแทน ในตอนนี้ข้อมูลที่มีคือข้อมูลที่ได้มาจาก Chris Redfield บีเอสเอเอจึงตัดสินใจเข้าสู่เขตปกครองตนเองคิจูจูเพื่อจับกุมผู้ค้าสิ่งผิดกฎหมาย พวกบีเอสเอเอคงไม่ได้คิดว่าการต่อสู้กับอาวุธชีวภาพไม่เหมือนกับภารกิจปกติ

Alpha Team ที่ไล่บุกตีเข้าไปในเมืองถูก Majini ทำร้ายและถูก Majini Uroboros Test Subject ทำร้ายในภายหลัง ต่อมา Bravo Team และ Delta Team ต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดโดยที่ไม่รู้ว่าเออร์วิงกำลังเก็บข้อมูลการต่อสู้อยู่ เออร์วิงปล่อยพลาก้าประเภทสองที่พึ่งพัฒนามาใหม่ๆใส่ชาวคิจูจูทำให้เออร์วิง,เอ็กเซลล่าและเวสเกอร์ต้องตายในที่สุด

ไม่มีใครทราบว่าไทรเซลล์เป็นอย่างไรบ้างแต่บริษัทในเครือยังคงทำงานต่อไปตั้งแต่ที่แผนกเภสัชกรรมมีส่วนพัวพันในการวิจัย พัฒนาและผลิตที่ผิดกฎหมายรวมทั้งการค้าอาวุธชีวภาพ