หน้าเว็บ

Clive R. O'Brian

วันที่เกิด : ไม่ระบุ
เพศ : ชาย
อาชีพ : ผู้อำนวยการกองกำลังกองกำลังผสมเฝ้าระวังภัย
             ก่อการร้ายทางอาวุธชีวภาพ (2004 - 2005)
สถานะ : ยังมีชีวิตอยู่
Clive R. O'Brian เป็นผู้อำนวยการ Bioterrorism Security Assessment Alliance ซึ่งในช่วงอำนวยการของเขาบีเอสเอเอยังเป็นเพียงองค์กรเอกชนมีหน้าที่แก้ไขและรับมือกับเหตุการณ์ระบาด การก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพ และอาวุธชีวภาพ เขาปฏิบัติหน้าที่ด้วยชื่อรหัสวิทยุว่า"Forkball"หรือแปลว่าเบสบอล

ชีวประวัติ


ไคลฟ์ อาร์. โอ'ไบรอันเป็นผู้อำนวยการบีเอสเอเอในช่วงเหตุการณ์ Terragrigia Panic ในตอนนั้นบีเอสเอเอเป็นเพียงองค์กรเอกชนที่มีเงินทุนจำกัด แม้ว่าเขาจะอยู่ที่นั่นในช่วงเหตุการณ์ดังกล่าวเหมือนๆกับผู้สังเกตการณ์ของบุคคลที่สามที่สหภาพยุโรปส่งกันมาขณะที่คณะกรรมธิการก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพพยายามนำทีมเข้าช่วยเหลือ ศูนย์บัญชาการของเอฟบีซีถูก Hunter ที่ Il Veltro ควบคุมโจมตี

แม้ว่าเขาจะออกคำสั่งร่วมกับนายพล Morgan Lansdale ผู้อำนวยการเอฟบีซี ทั้งสองก็ไม่ค่อยจะเห็นพ้องต้องกันสักเท่าไรนัก โอ'ไบรอันไม่เห็นด้วยกับแผนของ
แลนส์เดลที่ใช้ดาวเทียม Regia Solis ทำลายล้างเมืองทำให้พวกเขาโต้เถียงกันต่อหน้าเจ้าหน้าที่ Parker Luciani, Jessica Sherawat และ Raymond Vester หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็อพยพออกไปและเทอร์รากริเจียถูกทำลาย

หนึ่งปีหลังจากนั้น โอ'ไบรอันร่วมกับเจ้าหน้าที่ปาร์คเกอร์และ Jill Valentine ตรวจสอบการปรากฏของซากศพปริศนาที่ลอยมาเกยตื่นบนแผ่นดินใหญ่ซึ่งลอยมาจากซากเมืองเทอร์รากริเจีย พวกเขาพบ t-Abyss Virus จากศพหนึ่งและโอ'ไบรอันเก็บมันไว้

ในช่วงเวลาเดียวกันเขาขาดการติดต่อกับ Chris Redfield และเจสซิก้าซึ่งตรวจสอบสนามบิน Valkoinen Mokki Airport ที่สงสัยว่าเป็นแหล่งกบดานของกลุ่มก่อการร้ายเวลโทร เขาส่งจิลและปาร์คเกอร์ไปยังเรือ Queen Zenobia ซึ่งเป็นสถานที่ล่าสุดที่ระบุตำแหน่งพวกเขา

โอ'ไบรอันคอยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทั้งสี่ในระหว่างที่ำพวกเขาปฏิบัติภารกิจของตน แต่พวกเขาก็ไม่ทราบว่าโอ'ไบรอันใช้พวกเขาเป็นเครื่องมือสร้างอุบายเปิดโปงว่ามอร์แกน แลนส์เดลอยู่เบื้องหลังการกำเนิดเวลโทรและโศกนาฏกรรมเทอร์รากริเจียแต่เขาก็ต้องเก็บงำความสงสัยเกี่ยวกับแลนส์เดลตั้งแต่โศกนาฏกรรมเทอร์รากริเจีย เขาหวังว่าเรย์มอนด์ เวสเตอร์ซึ่งจะปลอมเป็นผู้นำคนใหม่ของเวลโทรและเรือควีนซีโนเบียเพื่อบังคับแลนส์เดลและหาหลักฐานปรักปรำแลนส์เดล โอ'ไบรอันเองก็นึกถึงการกลับมาของเวลโทรโดยให้เจ้าหน้าที่ของเขาปลอมตัวเป็นผู้ก่อการร้ายเวลโทรเพื่อทำให้แลนส์เดลระแคะระคาย

แต่โอ'ไบรอันก็โต้คำพูดกับแลนส์เดลแต่เขาพลาดทำให้แลนส์เดลสั่งดาวเทียมรีเกีย โซลิสยิงเรือควีนซีโนเบียทำลายหลักฐาน หลังจากนั้นแลนส์เดลออกคำสั่งอพยพเจ้าหน้าที่ออกจากเรือที่จม

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ Quint Cetcham และ Keith Lumley อนุมานได้ว่าโอ'ไบรอันอยู่เบื้องหลังการกลับมาของเวลโทรและเผชิญหน้ากับเขาด้วยข้อมูลที่มี โอ'ไบรอันยอมรับในข้อกล่าวหาและเปิดเผยแผนการที่แท้จริงของเขาและความเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ทั้งหมด ในเวลาเดียวกันกองกำลังเอฟบีซีของแลนส์เดลบุกศูนย์บัญชาการบีเอสเอเอเพื่อจับกุมเขา แต่จิลและคริสมัดเขาด้วยหลักฐานวิดิโอจากเครื่องพีดีเอของ Jack Norman เปิดโปงแลนส์เดลว่าเป็นตัวบงการที่แท้จริงในการสมรู้ร่วมคิด กองกำลังของแลนส์เดลจับกุมเขาและปล่อยโอ'ไบรอันให้เป็นอิสระ

หลังจากผ่านเหตุการณ์ได้ไม่นาน เอฟบีซีก็ถูกยุบรวมกับบีเอสเอเอ เงินทุนและทรัพยากรทุกอย่างถูกโอนมาหมดถือเป็นการขยายองค์กรครั้งใหญ่ หลังจากปฏิบัติหน้าที่ครั้งสุดท้าย เขารับผิดชอบต่อการกระทำของเขาและก้าวลงจากตำแหน่งผู้อำนวยการบีเอสเอเอแต่เขายังคงเป็นที่ปรึกษาให้กับบีเอสเอเอและเขียนนิยายสืบสวนอยู่ที่บ้านอย่างสบายใจ